-6-
 
  เสียงกรี้ดดังขึ้นเมื่อวงดนตรีขึ้นไปพร้อมแล้วสำหรับการแสดงประจำค่ำคืนนี้ ผู้คนแวะเวียนเข้ามาจับจองที่นั่งพร้อมของทานเล่นเหมือนทุกที เพลงแรกเล่นเปิดด้วยเพลง “กระเป๋าแบนแฟนยิ้ม” เป็นจังหวะสนุกๆ เรียกเสียงปรบมือดังเกรียวกราว คนดูเริ่มเยอะขึ้นเพราะเสียงเพลงนั้นเรียกความสนใจได้ไม่น้อย 
 
 
 
หรือว่าความรักยิ่งใหญ่กว่าเงินในกระเป๋า 
             ไม่เคยคิดเลยว่าดอกเบี้ยบานในธนาคารเท่าไหร่ 
             ถ้าเงินไม่มีสักบาท จะแต่งกันไหม 
             กับรักที่ทรหดเกินไป โหดเกินไปกับหัวใจของคนๆ หนึ่ง
 


               “คน...คน....คน...เยอะเหมือนกันนะพี่ยุทธ์ “ จูนพูดติดๆขัดๆ พลางสะกิดให้ยุทธ์โผล่หน้าออกมสังเกตการณ์ด้วย 
 
 
         “เออ เห็นแล้ว แกจะสั่นทำไมเนี่ย...” ยุทธ์ว่าก่อนจะเห็นว่ามือของจูนสั่นน้อยๆ “ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย” 
 
 
          “โหย จะแบบไหนก็ตื่นเต้นนั่นล่ะพี่ผมไม่ได้หล่อล้ำหน้าตาดีเหมือนพี่นี่นา ทำอะไรคนก็จะได้กรี้ด ...คราวก่อนผมแสดงแข็งมากจนได้ยินเสียงคนบ่นอ่า....ทำไงดีล่ะ ถ้ารอบนี้คนดูไม่ชอบอีก ถ้าคนดูโห่อีก ทำไงดีล่ะ..” พอตื่นเต้นทีไรจูนก็มักจะพูดรัวเร็วจนจับความแทบไม่ทันเสียทุกทีไป ยุทธ์หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะทำหน้าดุ ตบไหล่ของจูนเสียงดังป้าบ
    
 
 
          “ไอ้บ้า มาถึงขั้นนี้แล้ว อย่ามางี่เง่า ตั้งสติแล้วก็เตรียมไปทำหน้าที่ของตัวเองซะไป” 
 
    
          “....................ครับ” ทั้งความเจ็บ กับน้ำเสียงที่นานๆจะเอ่ยอย่างจริงจังของยุทธ์ทำให้จูนต้องพยักหน้าลงอย่างช่วยไม่ได้ 
    
          “โอเค เดี๋ยวเพลงแรกจะจบแล้ว เดี๋ยวไปเตรียมไมค์มา...เร็ว” 
 
            “ครับ” เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนจะวิ่งไปเตรียมไมโครโฟน สี่ ตัวมาให้กับทั้งทีม โดยไม่ลืมกำชับกับทางฝ่ายเสียงให้เปิดซาวน์ประกอบก่อนเริ่มการแสดงของพวกเขาเหมือนทุกที 
 

             ในครั้งนี้การแสดงเป็นเรื่องราวของ โชติ....นักศึกษาจบใหม่กำลังเตะฝุ่นหางานไม่ได้ที่อาศัยอยู่กับ ยุทธ์ แฟนหนุ่มที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยและกำลังเตะฝุ่นคลุ้งพอๆกัน ความรักของทั้งสองคนที่กำลังสุขงอมนั้นกำลังมีพายุแห่งโชคชะตารออยู่ 
      
     
          ไฟบนเวทีดับลงก่อนโชติจะเดินนำออกไปก่อนพร้อมไมค์ลอยที่ผูกเชือกแขวนเอาไว้ที่คอ ก่อนจะเริ่มบรรยายเกริ่นให้ผู้ชมได้รับฟัง 
    
          “สวัสดีครับ ผมโชติ อายุ 24 ตกงานครับ...ตอนนี้อาศัยอยู่ห้องเช่าเดียวกับแฟน...ยุทธ์...ตกงานเหมือนกัน...อย่าเข้าใจผิดว่าพวกผมเป็นเกย์นะครับ...บังเอิญว่าที่ชมรมมีแต่ผู้ชาย เลยเล่นมันทั้งๆแบบนี้เลย...อย่าถือสานะครับ....วันนี้วันเสาร์ครับ พวกเราไม่มีงาน ไม่มีเงิน เลยนั่งเล่นต่อสามคำกันอยู่ที่ห้องไปพลางๆ...อย่างน้อยก็ไม่ต้องออกไปใช้เงินข้างนอก”
 
 
 
ทันใดไฟบนเวทีก็สว่างขึ้น โชติขึ้นไปยืนอยู่ตรงกลางเวทีพร้อมกับยุทธ์ที่ทำกำลังท่าเหมือนครุ่นคิด
 
 
    
          “ว่าง งาน จัง” ยุทธ์เริ่มต้นเกมส์ต่อคำสามคำก่อนเป็นคนแรก
    
          “ตังค์ ไม่ มี ”  โชติต่อ 
    
           “หนี้ บาน เบอะ” ยุทธ์ตามมาด้วยประโยคถัดมาว่าพลางก็ล้วงกระเป๋าออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วเปิดโชว์ให้คนดูดูด้วยว่าไม่มีเงินอยู่เลยสักบาท เรียกเสียงฮาได้ไม่น้อย

              “เฮอะ คน จน ”    
   
            “คน มัน รัก” ยุทธ์รีบตอบพลางเดินตามไปคว้าเอวโชติไว้ เรียกเสียงกรี้ดจากสาวๆที่นั่งข้างหน้าได้ไม่น้อย 
    
          “ชัก ลาม ปาม” โชติทำท่าเอียงอายแล้วดึงมือของยุทธ์ออก 
    
          “ถาม หน่อย ซี” ว่าพลางก็สะกิดไหล่ของโชติ
 
            “มี อะ ไร” โชติหันกลับมามองหน้าแต่แล้วก็ต้องผงะเมื่อเห็นยุทธ์คุกเข่าลงพร้อมกับยื่นแหวนอมยิ้มอันโตมาให้ 
    
         “แต่งงานกันนะ”  โชติทำท่าตกใจแบบเกินจริงก่อนจะพยักหน้าลง
 
           “อะ คำเกินนี่ ...แต่....อะ...อื้ม.......” ก่อนจะหันไปยิ้มกว้างแล้วโชว์นิ้วที่มีแหวนอมยิ้มอันเขื่องให้คนดูดูด้วยท่าทางกระดี้กระด้าสุดๆจนเรียกเสียงฮาครืน และแล้วไฟบนเวทีก็ดับลงพร้อมกับทำนองเพลงดังที่คุ้นหูอย่างเพลง “น้ำผึ้งพระจันทร์” ก็ดังขึ้นเรียกเสียงกรี้ดจากคนดูได้ไม่น้อย
     

       
         “....รักฉันรักเธอ และรู้ว่าเธอรักฉัน 
                จะมีแต่ความหวานคงอยู่ชั่วนิรันดร์ 
       ดั่งน้ำผึ้งพระจันทร์…”
   
 

              ที่ด้านหลังเวที ทั้งโชติ ยุทธ์ จูน และเคน กำลังเตรียมตัวสำหรับฉากต่อไป โชติและยุทธ์จะต้องไปพบกับพ่อแม่ของโชติ จูนที่รับบทเป็นแม่ต้องใส่วิกผมน้ำตาลยาวถึงหลังดูแตกต่างไปจากทุกที แถมยังแต่งหน้าทาปากให้ตัวเองเสียจนแทบจะจำหน้าเดิมไม่ได้ 
 
    
          “แต่งหน้าเก่งเหมือนกันนี่จูน....” ยุทธ์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมในเมื่อจูนแต่งหน้าออกมาเสียสวยจากหนุ่มญี่ปุ่นแนวร็อคกลายเป็นสาวสวย....ยี่สิบเมตรไปได้แบบนี้ ...ที่คิดว่ายี่สิบเมตรก็คงเพราะดูใกล้ๆแบบนี้ยังไงก็ยังเป็นผู้ชายร่างสูงโปร่งในชุดเดรสอยู่ดีนั่นเอง 
 
    
          “ขอบคุณครับ...” เด็กหนุ่มยิ้มร่ารับคำชมนั้นอย่างเต็มใจ โดยที่หารู้ได้ไม่เลยว่ารอยยิ้มของตัวเองได้ทำให้อารมณ์ของเคนที่ยืนอยู่ไม่ได้ห่างออกไปนั้นหงุดหงิดขึ้นมากะทันหัน 
 
    
           “เหอะ....ทีกับยุทธ์ล่ะอี๋อ๋อกันจังวะ เปลี่ยนคู่แสดงเลยไหม”  ร่างสูงที่ทาหน้าขาวตัดกับสีแดงและสีดำแบบตัวตลกโบโซ่บ่นอุบอิบ
 

           “ว่าอะไรนะเคน “โชติเอียงหูมาฟัง แต่ก็เจอมือใหญ่ดันหัวออกไปเสียหน้าหงาย
    
            “ไม่มีอะไร...เดี๋ยวค่อยไปว่ากันบนเวที”
 

    ...... ไหนๆก็จะเล่นให้มันสมบทบาท.....
     ......เดี๋ยวกูจัดให้เอง.... 


 
              ไฟบนเวทีสว่างขึ้นอีกครั้งเมื่อเพลงจบลง ทั้งสี่คนขึ้นไปยืนอยู่บนเวที เคนยืนอยู่ใกล้กับจูนที่ดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจอยากจะยืนอยู่ตรงนั้นสักเท่าไรนัก 
    
           “พ่อครับ แม่ครับ นี่แฟนผม ....ชื่อยุทธ์ “โชติแนะนำว่าที่เจ้าบ่าว(?) ของตัวเองให้พ่อกับแม่ของตัวเองได้รู้จัก
    
           “สวัสดีครับ คุณพ่อ คุณแม่ ผมชื่อยุทธ์ ครับ” 
 
    
          “โฮะๆ แหม โชตินี่ก็เข้าใจเลือกแฟนนะ หล่ออวว มาเชียว...”จูนพูดบทของตัวเองพลางหัวเราะด้วยท่าทางคุณนายไฮโซไม่วายยังทำท่าจะเข้าไปลวนลานยุทธ์ตามบทที่ว่าให้จับมือถือแขนแบบไม่ปล่อย แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวไปไหนมือแกร่งของตัวตลกหน้าขาวที่ยืนอยู่ข้างๆก็คว้าเอวหมับแล้วดึงเข้าไปใกล้เสียจนเซ ด้วยความตกใจจูนพยายามจะดึงมืออีกฝ่ายออก แต่เคนกลับลอยหน้ากระชับเอวของจูนเข้าหาตัวแน่นก่อนจะพูดบทของตัวเองต่อ 
 
    
           “แล้วเป็นลูกเต้าเหล่าใครมาจากไหนล่ะ ชื่อยุทธ์ใช่ไหม นามสกุลอะไรนะ” เคนพูดบทของตัวเองทั้งๆที่มือยังไม่ยอมปล่อยจากเอวของจูน ก่อนจะหันไปมองหน้าของอีกฝ่ายเล็กน้อยเป็นเชิงบังคับให้จูนยอมเล่นไปตามบทโดยดี 
    
 
          “พ่อ...อย่าถามเรื่องครอบครัวยุทธ์เลย.... “ โชติแทรกขึ้นมา แต่ยุทธ์ยกมือห้ามเอาไว้ ก่อนจะเดินหันหน้าไปหาคนดู 
 
    
          “ผมน่ะ...ไม่มีพ่อหรอกครับ มีแต่แม่ แม่ชื่อ พจมาน ดังงูเหลือม ...” สิ้นเสียงนามสกุลที่โชติสรรหาเขียนลงไปในบทคนดูก็พากันขำกันคิกคัก แต่ยุทธ์เองยังคงสมาธิไว้กับบท แม้ในใจจะอยากขำออกมามากก็ตามที 
 
    
           “พ่อหนุ่ม เมื่อกี้ บอกว่า แม่ชื่ออะไรนะ ...... “ เคนทำเป็นคนแก่หูไม่ดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น 
    
           “พจมาน...ดังงูเหลือม ครับคุณพ่อ” 
    
           “..............ดังงูเหลือม...” เ