-4-

    
      หอพักกลางเก่ากลางใหม่มีเพียงเตียงนอนโต๊ะเขียนหนังสือ และตู้เสื้อผ้าอยู่อีกทางคือสถานที่ที่เคนมุ่งหน้ากลับมาถึง เขาวางหมวกกันน็อคทั้งสองใบกับกระเป๋าเป้ของตัวเองลงบนโต๊ะ ดึงเก้าอี้มาทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง วันนี้นอกจากจะปวดหัวกับวิชาภาษาอังกฤษแล้วยังออกแรงไปเยอะกับการซ้อมการแสดงอีก เคนขยับคอไปมาเสียงดังกร็อบเหลือบมองสภาพรอบๆห้องของตัวเอง ขวดกระทิงแดงกลิ้งขลุกอยู่ทางหนึ่ง ถุงขนมเปล่าๆก็โยนทิ้งไม่ลงถังอยู่อีกทางหนึ่ง ไหนจะกระดาษทำรายงานที่เขียนได้แย่เกินกว่าจะนำส่งเมื่อวานก่อน เวทที่เอาไว้ยกออกกำลังกายก็นอนนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง 

    
     “อาบน้ำนอนดีกว่า...” เคนบิดขี้เกียจไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับสภาพรกๆของห้องตัวเองสักเท่าไร ร่างสูงคว้าผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ต้องรีบเดินกลับออกมาเพราะได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเองดัง 


    “ฮัลโหล...” มือนึงใช้ผ้าขนหนูเช็ดผม มือหนึ่งรับโทรศัพท์ 

    
   “ไม่โทรหาเลยนะ.....” เสียงจากปลายสายนั้นหวานหู 

   
    “นิด...โทรมาดึกจังยังไม่นอนเหรอ” เคนเผลอยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงจากอีกฝ่าย อันที่จริงพอได้ยินถึงนึกขึ้นมาได้ว่าไม่ได้คุยกับ นิด แฟนสาวของตัวเองมาหลาย.....วัน 

   
     “ถ้านอนแล้วจะโทรมาหรือไงคะ นี่ พี่เคนหายไปเลยนะ อย่าบอกนะว่าหนีไปมีกิ๊กที่ไหน นิดไม่ยอมด้วยนะ” อีกฝ่ายทำเสียงขู่ 

    
   “โอ้ยๆว่าไปนั่น ไม่กล้าหรอกครับ...แค่ช่วงนี้พี่ยุ่งๆเรื่องซ้อมบทกับพวกที่ชมรมน่ะ...” เคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหากแต่อ่อนโยนการได้ฟังเสียงของนิดสำหรับเขาแล้วเป็นเหมือนกับการชาร์จพลังงานให้กับตัวเขาเอง

   
   “ นิดล้อเล่นน่ะ ว่าแต่เมื่อไรนิดจะได้ไปดูพี่เคนแสดงล่ะคะ ไม่เห็นเคยให้นิดไปดูเลยสักครั้ง”

  
  “อ่า....ก็มันไม่ค่อยสนุกน่ะ พี่กลัวนิดจะเบื่อ” เคนโกหกไปคำโต เพราะรอบก่อนที่เขากับพวกโชติ ยุทธ์ และจูนได้แสดงในที่สาธารณะคือตอนที่เขาต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงใส่ชุดแดงพร้อมกับรองเท้าส้นสูงและชั้นในยัดทรงโตเสียจนน่ากลัวขืนให้นิดเห็นมีหวังว่ามาดนักกีฬาสุดเท่ที่อย่างน้อยก็พยายามคงไว้ให้อีกฝ่ายพอชื่นใจได้บ้างนั้นคงพังไม่เป็นท่าเป็นแน่ หากจะมีใครในโลกนี้ที่พอจะทำให้คนอย่างเคนเขินได้ก็คงจะมีไม่กี่คน คนหนึ่งก็คือนิด แฟนสาวของเขาเอง กับ....จูน...น่าแปลกที่อยู่ๆชื่อและใบหน้าของรุ่นน้องคนนั้นก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด 


     “พี่พูดเหมือนไม่อยากให้นิดดูอย่างนั้นล่ะ...หรือที่ชมรมแอบซ่อนสาวไว้จริงๆ” อาจะเป็นเพราะเคนที่มักจะปฏิเสธไม่ให้นิดไปดูการแสดงของตัวเองหลายต่อหลายรอบก็เป็นได้ที่ทำให้วันนี้ในน้ำเสียงหวานๆนั่นระคนความระแวงระวังอยู่ด้วย

    
   “โอ้ย ไม่มีจริงๆนะ... “เคนตอบพลันในห้วงความคิดก็มีหน้าของใครบางคนโผล่เข้ามาอีกรอบ หนุ่มแว่นที่เขาเพิ่งจะแหย่ไปด้วยวิธีการบ้าๆ 


 
    ....ชมรมนี้ไม่มีผู้หญิงหรอก ก็มีแต่ตัวผู้บ้าๆสองตัว.....
    ....กับคนต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง ที่เพิ่งจะจุ๊บเหม่งมันไป.....อีกตัว...


    “สาบานให้ฟ้าผ่าตายเลย....” เคนสาบานว่าเขาไม่มีผู้หญิงคนไหนมาติดพันจริงๆ


    “ไม่ค่อยน่าเชื่อเลยน้า....” เสียงนิดกระเซ้าแหย่กลับมาทำให้เคนต้องถอนหายใจ 


    “โอเคๆ....เสาร์นี้ที่ตลาดเปิดท้ายขายของถ้านิดอยากไปดูก็ไปดูได้นะ...พาเพื่อนไปเดินดูของก่อนค่อยแวะมาดูพวกพี่ก็ได้ คงแสดงกันช่วงสองทุ่มน่ะ” อีกฝ่ายคงได้ยินเสียงเคนตกหน้าผากของตัวเองเสียงดังเผี้ยะในที่สุดเขาก็ต้องยอมให้อีกฝ่ายไปดูการแสดงของพวกเขาจนได้


    “ เย...จะได้ดูพี่เคนเล่นละครแล้ว คบกันมาก็มีแต่คนบอกว่าพี่เคนไปเป็นพี่รับน้องเฟรชชี่ ตลกอย่างนั้นฮาแบบนี้ ไม่เคยเห็นเองกับตาสักที ได้ยินแต่เขาเล่ามา รอบนี้ให้ไปดูแล้วนะ”เสียงนิดตอบกลับมาตามสายท่าทางจะตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย 


    “ถ้าดูแล้วเจออะไรแปลกๆก็อย่ามองพี่แปลกๆก็แล้วกัน” เคนหัวเราะออกมาเบาๆ 


    “พี่เคน.....” อยู่ๆนิดก็เรียกชื่อเขาด้วยเสียงแผ่วเบา 


    “หืม?...มีอะไรเหรอ” 


    “ถ้าพี่เคนแสดงเสร็จแล้ว เราไปหาอะไรกินกันหน่อยไหมคะ ไม่ได้กินข้าวกับเคนมาหลายวันแล้ว...จนเพื่อนนิดจะหาว่านิดโดนแฟนทิ้งแล้วนะ” 


    “ครับๆ แสดงเสร็จแล้วจะไปกินข้าวด้วยนะ” สุดท้ายก็แพ้ลูกอ้อนของอีกฝ่ายจนได้ 


     “จ้ะ งั้นวันเสาร์จะโทรหานะ...ไม่กวนพี่แล้วล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้นิดมีเรียนเช้า”


    “ฝันดีนะ” เคนบอกราตรีสวัสดิ์กับคนรัก


      ไม่มีถ้อยคำกวนๆ มีเพียงแต่ถ้อยคำอ่อนหวานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่มีให้กับแฟนสาว นิด เป็นหญิงสาวร่างเล็กหน้าสวยคมแบบสาวไทยจากคณะวิทยาการจัดการ เขาบังเอิญได้คุยกับนิดในคืนหนึ่งที่ออกไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนในเอก บังเอิญว่าในคืนนั้นตอนกำลังจะกลับรถของนิดเสียเขาเลยอาสาเข้าไปช่วยดูเครื่องยนต์ให้จนใช้งานได้ โชคดีที่เพื่อนของเธอคนหนึ่งคงจะจำกลุ่มของเขาได้ว่ามาจากคณะอะไร สองสามวันถัดมาก็เห็นนิดมายืนรออยู่ที่ตึกคณะของเขา พร้อมกับขนมอีกหอบใหญ่บอกว่าอยากจะขอบใจที่ช่วยกลุ่มเธอกับเพื่อนไว้คืนก่อน...และวันนั้นก็เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของทุกอย่างในความสัมพันธ์ของพวกเขา 

    

   “เฮ้อ .....” เคนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สองมือขยี้ผมที่ยังคงเปียกชื้นของตัวเองแรงๆ นี่เขาหลุดปากพูดอะไรออกไป เขาเพิ่งจะบอกให้แฟนที่คบกันมาเกือบจะครึ่งปีไปดูเขาแสดงบท...ชายที่รักผู้ชายอีกคนบนเวทีอย่างนั้นหรือ...มันเป็นการตัดสินใจที่ดีหรือไม่นั้นตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจนัก ในเมื่อเขาไม่อาจจะคาดเดาได้เลยว่าบนเวทีจะมีอะไรเกิดขึ้น มันเป็นไปได้เก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์เลยว่าจะมีการนอกบท ถ้าไม่จากยุทธ์ ก็จากโชติ หรือบางทีจูนอาจจะเล่นชะงักอะไรขึ้นมาก็ได้...

    
    “ที่สำคัญ กูจะลืมบทม้ายยยยย “


    ...........................................................
    


     วันศุกร์มาเยือนอย่างรวดเร็ว อีกหนึ่งวันก่อนถึงวันแสดงที่งานเปิดท้ายขายของจูนเดินสะพายเป้หน้ามุ่ยมาถึงห้องชมรม 

    
     “หวาดดีครับ....” เด็กหนุ่มยานคางคล้ายจะหมดแรง เป็นเพราะจูบที่หน้าผากเมื่อคืนแท้ๆที่ทำเอาเขาใจเต้นไม่เป็นส่ำเสียจนไม่ไหลับไม่ได้นอน ยังดีที่รอบนี้ไม่ได้ตาบวมมากเท่าคราวก่อนยังทำให้พอมีกระจิตกระใจลงอายไลน์เนอร์บางๆตามสไตล์ของตัวเองเซ็ทผมเสียดิบดีไปเรียนได้ อันที่จริงแล้ววันนี้เลิกเรียนเสร็จก็ง่วงมาจนวันนี้ไม่มีอารมณ์จะซ้อม อันที่จริงหากจะให้พูดให้ถูกคือไม่มีอารมณ์อยากจะเจอหน้า นักแสดงร่วมของตัวเองสักเท่าไรนัก


 “ทั้งๆที่คิดว่าจะชอบ...ให้ได้มากกว่านี้แท้ๆ...” 


    “ชอบใคร” อยู่ๆก็มีเสียงดังมาจากด้านหลังทำเอาร่างสูงโปร่งนั้นสะดุ้งเฮือก 


    “โอ้ย พี่โชติอ่า ตกใจหมดเลย มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง” จูนยกมือแทบอกหัวใจเขาแทบจะหลุดออกมานอกอก 


    “พี่จะมาจะไป ทำไมต้องบอกแกด้วยวะ ...ก็เห็นยืนขวางทาง ว่าแต่ ชอบใคร?...เจ้าเคนเรอะ” โชติได้ทีก็ลองแหย่ส่งๆ ไปอย่างนั้น 


    “เฮ้ย จะบ้าเรอะ.... พี่โชติพูดอะไร” จูนปฏิเสธทันควัน 


    “ก็เห็นได้ยินแว่วๆ ว่าชอบให้มากกว่านี้....เลยคิดว่าใช่เคนหรือเปล่า เห็นแกก็ชอบหน้ามันอยู่” โชติยิ้มจนเห็นฟันขาว 


    “ทำไมพาเข้าเรื่องพี่เคนอีกละ ....”จูนหัวเราะกลบเกลื่อนเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องชมรม วางกระเป๋าก่อนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้อง เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ย “แต่ก็.....ไม่เชิงว่าจะไม่เกี่ยวอ่ะนะ”


    “หมายความว่าไง.....” โชติขมวดคิ้วกับคำพูดของอีกฝ่ายแล้วเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เห็นว่าวันนี้ทั้งยุทธ์และโชติจะมาช้ากว่าปรกติเพราะไปหาซื้ออุปกรณ์มาใช้ในการแสดงวันเสาร์นี้ด้วยกันเลยคิดว่า ถ้านั่งคุยตอนนี้อาจจะเหมาะที่สุด 


    “เมื่อวาน....อยู่ๆ พี่เคนเขาก็พูดอะไรแปลกๆ บอกว่า ทำความคุ้นเคยกับบทแล้วก็...”จูนหยุดไม่มั่นใจว่าตัวเองควรจะพูดออกไปดีไหมมือเรียวยกขึ้นแตะหน้าผากของตัวเองเบาๆ “ผมว่าตั้งแต่จะทำหนังสั้นกันนี่ พี่เคนชอบแกล้งผมแปลกๆ...พี่โชติไปบอกอะไรพี่เคนเขาหรือเปล่าอ่ะ” จูนหันไปมองหน้าโชติ บางทีในฐานะผู้กำกับ คนเขียนบทหรืออะไรก็ตามโชติอาจไปแนะนำอะไรเคนก็เป็นได้ 


    “อ้าว เฮ้ย มาโยนอะไรแบบนี้วะ จะให้พี่ไปบอกอะไรมันวะ....”


    “....” จูนหรี่ตามองอย่างระแวงสงสัย 


    “ไม่ต้องมองเลยเมิง ทำไมถามงี้อ่ะ” 


    “ก็นึกว่าไปยุอะไรแบบที่พวก ผู้กำกับเขาทำกันน่ะ พี่เคนนะ ถึงจะหน้าตาดีแต่ก็ดีแต่บ้าพลัง สมองเท่าถั่วคิดอะไรไม่ค่อยออก ใครบอกอะไรมาก็ทำเลย... “ จูนเบะปากพฤติกรรมแบบนี้ เขาจะ “แสดง” ออกไปว่าชอบ ว่ารักอีกฝ่ายได้ยังไงกัน 


    “ได้ยินนะเว้ย ว่าใครสมองเท่าถั่ว หะ ไอ้ตัวดี” เสียงทุ้มของเคนดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้ามาในห้องหอบของพะรุงพะรัง 


    “เมิงก็ได้ยินน้องมันพูดอยู่เต็มสองหู มันก็ด่าเมิงนั่นล่ะ สมองถั่ว” ยุทธ์เดินหัวเราะอย่างน่าหมั่นไส้ตามมา พร้อมกับถุงขนมหอบใหญ่ “ก็ว่ามันก็ถูกของมันนะ สมองถั่ว ตัวเท่าควาย” 


    “ไอ้ยุทธ์ เมิงอย่าเสี้ยม...นี่เรื่องผัวเมียเขาจะคุยกัน” เคนหันไปชี้หน้าของยุทธ์พลางหันมามองหน้าของจูนแล้วยักคิ้วให้ 


    “พี่เคน! ...” จูนร้องหน้าแดงควันแทบออกหู เขาไม่อยากได้ยินคำว่า “ผัวเมีย” อะไรนั่นเลยมันทำให้รู้สึกจักกระจี้จนทำตัวไม่ถูกโดยเฉพาะจากปากของอีกฝ่ายยิ่งแล้วใหญ่  “เลิกใช้คำนี้ได้ไหมอ่ะ รับไม่ได้จริงๆว่ะครับ” ว่าพลางก็โบกมือพลางเบือนหน้าหนี 


    “เขินอะไรอีกล่ะ จะพูดให้ฟังทั้งวันเลยก็แล้วกัน จริงไหม เมียจ๋า เมียจ๋า เมีย.....” 



    ผั่วะ!! 



     ลูกฟุตบอลที่เคยใช้เป็นอุปกรณ์การแสดงที่มักจะกลิ้งขลุกอยู่แถวนั้นกระแทกเข้าเต็มเป้าของเคน ทำเอาความเกรียนกระเด็นกระดอนหายไปเหลือแต่เพียงความเจ็บตรงกล่องดวงใจกับฝ้าเพดานที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวกับสีเหลือง ร่างสูงทรุดลงหุบปากเงียบทันตาเห็น 


    “ไอ้....ไอ้...จูนน....แก.....จะฆ่ากันรึไงฟระ” 


    “โอ๊ะ ขอโทษครับ ขว้างไปส่งๆไม่ทันมอง....เจ็บไหมนั่น ” ถึงจะถามแต่น้ำเสียงไม่ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยเลยแม้แต่น้อย จูนกลับยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ 


    “ถามมาได้ ....ไว้ลองโดนเองไหมเล่า ไม่ต้องเอาอะไรขว้างหรอกกูจะบีบให้แตกคามือเอง” ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นจะกระโจนเข้าไปตระครุบร่างของจูนทันที ทำเอาโชติกระเด้งออกเพราะกลัวโดนลูกหลงแทบจะไม่ทัน


    “เฮ้ย พี่เคนปล่อย...ไม่เล่น ...” จูนร้องลั่นเมื่ออยู่ๆอีกฝ่ายกระโจนเข้ามาใส่ แถมสองมือแกร่งคว้ามือของเขารวบไว้เสียงอีก เด็กหนุ่มพยายามดิ้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะจับเป้าเขาบีบให้แตกคามืออย่างปากว่าจริงๆ 


    “ตายแน่ไอ้จูน” เคนทำเสียงเหี้ยมริมฝีปากหยักเป็นรอยยิ้มอย่างนึกสนุก 


    “ไม่...ปล่อยนะเว้ย!!” เมื่อเห็นแววตาแล้วดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ล้อเล่นแน่ จูนร้องลั่นสองขาทั้งดิ้นทั้งพยายามจะเตะแต่ก็ไม่เป็นผลอีกฝ่ายทั้งตัวใหญ่ทั้งแรงเยอะอย่างกับควาย  แต่ดูเหมือนว่าเคนจะไม่ฟัง มือข้างที่ว่างเลื่อนลงไปหมายจะเกะหัวเข็มขัดของจูนออก ดูท่าไม่ได้เคนคิดจะ “บีบให้แตก”คามือ จากนอกกางเกงเป็นแน่แท้


    “พี่ยุทธ์ พี่โชติช่วยด้วววววย....” ความกลัววิ่งเข้ามาจับใจ ร่างของจูนสั่นสะท้าน เด็กหนุ่มร้องลั่น


    “เฮ้ย เคนพอเหอะ....” โชติเข้าไปจะช่วยห้ามทั้งที่ตัวเองก็ยังขำเสียงร้องโหยหวนของจูนอยู่


    “เคน พอได้แล้ว อย่าไปแกล้งมัน”


     “หยุดไมอ่ะ กูจะเอาคืนไอ้ตัวแสบสักหน่อย” ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มพละว่าพลางสะบัดมือของโชติออก 


    “ไม่เอา!!!  “ จูนร้องออกมาด้วยความหวาดหวั่น ยิ่งได้ยินแบบนั้นยิ่งต้องรีบดิ้นเมื่ออีกฝ่ายเลิกเสื้อเขาขึ้นมาจนเห็นหน้าท้องขาว 


    “ไอ้เคน พอแล้ว กูบอกให้พอไง” เห็นรุ่นน้องร้องด้วยความกลัวแบบนั้นยุทธ์เข้าต้องรีบมาช่วยเสริมอีกแรงพลางดึงแขนของเคนขึ้นพอให้คลายมือที่รวบมือของจูนออก และไวเท่าความคิดกำปั้นของจูนที่หลุดจากการเกาะกุมนั้นกระแทกเข้าปลายคางของเคนเข้าอย่างจัง แรงนั้นมากพอที่จะหยุดทุกการกระทำของเคนลงได้ในทันที 


    “บอกให้ปล่อยไงเล่า ไม่สนุกด้วยนะเว้ย !!” เด็กหนุ่มตวาดลั่น ช่วงขายาวยันตัวของเคนออกร่างสูงโปร่ง รีบผุดลุกขึ้นทันที เสื้อผ้ายับยู่ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาสีน้ำเงินจ้องมองกลับมาอย่างโกรธเกรี้ยว เด็กหนุ่มยืนสูดลมหายใจเข้าลึก รุ่นพี่ทั้งสามคนมองหน้าของเด็กหนุ่มนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะปริปาก จนเห็นร่างเพรียวขยับ จูนเดินกลับมาคว้ากระเป๋าเป้ 


    “................ .. “ เขาหันกลับมามองหน้าของเคนด้วยแววตานิ่งไม่ได้บ่งบอกอารมณ์อะไรมากนัก ยกมือขยับแว่นของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหาโชติ และ ยุทธ์ “พี่โชติ พี่ยุทธ์ ....ผมกลับนะครับ” ว่าพลางก็ยกมือไหว้ ก่อนจะหันหลังให้เดินออกจากห้องชมรมไปทันที... 


   “อ้าวเฮ้ย.....ไอ้จูน....ไอ้จูน...เดี๋ยวซิ่เว้ย” ยุทธ์ร้องเรียกแต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเสียงแล้ว ร่างเล็กรีบวิ่งตามรุ่นน้องไปทันที แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นก็เห็น ร่างสูงของเคนขยับเหมือนกัน “มึงอยู่นิ่งๆเลย.....ตามไปตอนนี้ ไอ้จูนได้สอยนักมวยร่วงแน่” ยุทธ์หันกลับมาชี้บอกให้อีกฝ่ายหยุด 


    “อ่ะ...เอ้อ.....เออ....เอางั้นก็ได้”  เคนดูรับคำทันควัน อันที่จริงเขาเองก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน เขายังมึนงงกับแรงกระแทกเมื่อครู่ไม่หาย น้ำหนักหมัดของจูนนั้นไม่ใช่น้อยๆเลย....


    “เฮ้ย โชติ.......” เคนเรียกชื่อเพื่อนอีกคนที่ดูเหมือนจะยังอึ้งกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ เขาก็แค่ต้องการจะแหย่....ไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะ...  


    “อะไร....” 


    “แบบนี้นี่เขาเรียก...โกรธของขึ้นใช่ปะ”


    “เออดิ่ ไอ้สมองถั่ว...เมื่อวานเพิ่งชมว่าใจมึงหล่ออยู่เลย...วันนี้แกล้งซะมันโกรธ” โชติเดินมายืนตรงหน้าของเคนพลางส่ายหัวกับพฤติกรรมของอีกฝ่าย โชติมองหน้าของเคนอย่างเอือมระอา “ทำอะไรคิดบ้างดิ ไม่ใช่ทุกคนที่อยากถอดโชว์ หรือ ยอมให้คนจับได้แบบมึงนะเว้ย” 


    “...........................กูขอโทษ” เคนถึงกับคอตกรู้สึกเหมือนกำลังโดนโชติดุแต่ไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้เนื่องจากการกระทำของเขานั้นมันก็ผิดจริงดังว่า 


    “ไอ้โง่....” โชติแทบต้องเขย่งเพื่อตบหัวของอีกฝ่าย 


    “โอ้ย เจ็บนะเว้ย...สาด” 


    “มึงจะมาขอโทษกูหาพระแสงเหรอ ไปขอโทษไอ้จูนโน่น...” โชติว่าพยักเพยิดไปทางประตู 


    “แต่ไอ้ยุทธ์มันไม่ให้.....”    เคนยังไม่ทันจะพูดจบประตูห้องชมรมก็เปิดออก พร้อมกับร่างสูงโปร่งของรุ่นน้องผมสีบลอนด์ทองกับยุทธ์ที่ดึงแขนอีกฝ่ายให้เดินกลับเข้ามานานใน 

    
“พี่โชติ ขอโทษครับที่ผมเดินออกไปแบบนั้น.....” จูนว่าพลางยกมือไหว้ขอโทษ “เรา...ซ้อมกันเถอะฮะ...” เด็กหนุ่มพูดออกมาเบาๆ ไม่ได้หันไปมองหน้าของเคนเลยแม้แต่น้อย “รีบซ้อมกันดีกว่า จะได้รีบกลับ...”


    “เอ้อ...ซ้อมก็ซ้อม...”โชติเองก็รับคำอย่างงงๆ เขาไม่รู้ว่ายุทธ์ไปพูดอะไรอีกฝ่ายถึงยอมเดินกลับมา แต่ดูท่าวันนี้คงต้องรีบซ้อมรีบกลับอย่างจูนว่า ไม่งั้นคงได้มีเรื่องอะไรอีกแน่



..............................................to be continued


 
 
 

Comment

Comment:

Tweet