- 3 -


                  การซ้อมจบลงเมื่อเวลาล่วงเลยไปจนหัวค่ำ ทั้งสี่คนตั้งใจว่าจะไปกินข้าวด้วยกันเหมือนเคย แต่เพราะอากาศที่ร้อนจัดทั้งๆที่ก็เป็นเดือนพฤศจิกายนเข้าไปแล้วทำให้เหงื่อออกจนแทบจะเป็นน้ำยังมีเศษแป้งเกาะผมเป็นก้อนอยู่บางส่วนเลยขอเดินไปล้างออกก่อน โชติเดินตามไปด้วย 
 
 

                 “เคน....กูถามจริงนะ...สนุกไหม” โชติส่งเสียงไปถามขณะยืนเข้าห้องน้ำอยู่อีกทาง 
 
 
                 
                “สนุกอะไรวะ...” เคนว่าพลางเงยหน้าขึ้นมามองกระจก เห็นผมพองๆของโชติแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ 
 
 
    
                “ก็เห็นแกล้งไอ้จูนตลอดช่วงนี้....เลยถามว่าสนุกเหรอ?”  โชติว่าพลางเดินมาล้างมือที่อ่างล้างหน้า 
 
 
    
                “อืม... “ เคนรับคำในลำคอเบาๆ “จะว่าสนุกก็สนุกน่ะนะ....” เคนว่าพลางเงยหน้าขึ้นมองกระจก “ก็ดูหน้ามันดิ่ เดี๋ยวโกรธหน้าแดง ตกใจหน้าซีด เห็นมันเงียบๆเลยอยากให้มันโวยวายบ้างน่ะ...อีกอย่างก็จะต้องเล่นบทแบบนี้ด้วยกันด้วยก็เลยอยากจะทำความรู้จักให้คุ้นเคยกว่าเดิมน่ะ” พูดไปก็ยิ้มไปการได้เห็นปฏิกิริยาของจูนต่อทุกคำพูดและการกระทำของเขานั้นมันเป็นเรื่องบันเทิงจริงๆ ส่วนโชติได้แต่หัวเราะแห้งๆ 
 
 
 
                “เหอๆ.....” 
 
 
    
              “หัวเราะแบบนั้นทำไม” เคนถามกลับด้วยความสงสัยก่อนจะหรี่ตามองหน้าของโชติอีกรอบและเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่โชติอาจจะกำลังคิด “เฮ้ย...เดี๋ยว เดี๋ยวๆ กูไม่ได้จะคิดกับไอ้จูนมันแบบนั้นนะเว้ย....มึงหยุดคิดเดี๋ยวนี้ไอ้โชติ...” เคนแทบคว้าไหล่ของโชติให้หันมามองหน้าเขาตรงๆแล้วบอกมาด้วยปากว่าจะเลิกความคิดอะไรก็ตามที่ดันผุดขึ้นมาในหัวพองๆนั่น 
 
 
 
                 “อะไรวะ...ก็มันน่าคิดนี่หว่า ไม่ได้ชอบแต่ก็หยอกมันจัง...ทำเหมือนเด็กประถมไปได้” 
 
 
     
               “กูก็บอกอยู่นี่ไงว่าทำความคุ้นเคย เพื่อบท สาด....หัวนี่คิดไกลไปไหน” ในใจนึกอยากจะขยี้ผมฟูๆนั่นให้สาแก่ใจ 
    
               “งั้นถ้ามึงไม่คิด ก็ระวังไอ้จูนมันคิดนะเว้ย...มันยิ่งชอบคนหล่ออยู่ด้วย” แต่คำพูดของโชติเหมือนยิ่งทำให้เคนไม่พอใจเข้าไปใหญ่ 
 
 
                “มึงเลิกคิดไปเลย ถึงไอ้จูนมันจะชอบกรี้ดผู้ชายหน้าตาดีก็เหอะ มันไม่ได้เป็นแบบที่มึงคิดหรอกเว้ย...อย่ามั่วไปแค่นี้ที่คณะมันก็โดนแกล้งโดนล้อจะตายอยู่แล้ว... ถ้ามันไม่ออกปากเองล่ะก็ห้ามคิดเว้ย” เคนว่าพลางยกนิ้วเป็นเชิงห้ามไม่ให้โชติพูดอะไรต่อ “พวกเราก็เห็นว่ามันเป็นน้องไม่ใช่หรือไง...ก็ดูแลมันหน่อยก็แล้วกัน....ถึงส่วนใหญ่จะเป็นมันมาดูแลพวกเราก็เถอะ” เคนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 
    
 
 
            “โห...พี่.....นอกจากหนังหน้าแล้วเพิ่งเคยได้เห็นว่าหัวใจพี่แม่งโคตรหล่อก็วันเนี้ยะ” โชติทำหน้าอึ้งเขาไม่คิดว่าเคนที่ปรกติแล้วดูเหมือนเป็นคนที่คิดอะไรลึกซึ้งไม่ค่อยเป็นกลับพูดอะไรเท่ๆแบบนี้ เคนยิ้มเขินๆไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะชมแต่ก็รีบเปลี่ยนเรื่อง “ไปดีกว่าเรา....ไอ้พวกนั้นหิ้วท้องรอละ” 

 
 
              ...........................................................

 
 
 
             ทั้งสี่แยกย้ายกันกลับที่พัก เคนขี่มอเตอร์ไซค์คันโตมาส่งจูนที่หอพักเหมือนทุกที จูนก้าวลงจากรถพลางถอดหมวกกันน็อคสีชมพูคิตตี้ให้กับเคนที่ขยับจอดรถให้เข้าที่เดินมายืนตรงหน้าของรุ่นน้อง
 
 
 
              “ขอบคุณที่มาส่งครับ” จูนยังคงพูดเพราะกับอีกฝ่าย ทั้งๆที่วันนี้เคนก็แกล้งจูนไปหลายต่อหลายรอบ
    
 
 
            “ไม่เป็นไร...” เคนรับหมวกกันน็อคมา เขาทำท่าทีลังเลเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนเรื่อง “แกเองก็น่าจะไปหัดขับรถอะไรบ้างก็ดีนะ” 
 
 
 
             “ก็ว่าจะหัดอยู่เหมือนกันล่ะ แต่พ่อกับแม่เขาไม่อยากให้ผมขับรถ ตาผมมองตอนกลางคืนไม่ค่อยเห็นน่ะ” พูดพลางทำหน้ายุ่ง “แต่....อ๋อ....ไล่ให้ไปหัดขับรถนี่ พี่เคนจะได้มีเวลาไปรับสาวคิตตี้ใช่ไหมล่า...รู้หรอกนะ” จูนกระเซ้าเรื่องหมวกกันน็อคสีชมพูที่อีกฝ่ายมักติดรถเอาไว้เสมอ 
 
 
     
           “เออ จะไม่ได้ไปรับสาวคิตตี้ก็เพราะแกนี่ล่ะ....ป่านนี้คงงอนไปสามชาติแปดชาติแล้ว” มือแกร่งดันหน้าของจูนแทบหงาย
 
 
    
            “โอ้ย...หนอยแน่!” จูนร้องแต่ก็คว้ามือของอีกฝ่ายเอาไว้
   
 
 
            “ผมหึงนะ พูดแบบนี้ต่อหน้าแฟนได้ไง...”  ไม่ใช่เคนคนเดียวหรอกที่นึกจะแหย่เมื่อไรก็แหย่ได้...ริมฝีปากได้รูปหยักเป็นรอยยิ้มน้อยๆ 
    
 
 
          “หา?แฟน? ” คราวนี้เป็นเคนที่งงเป็นไก่ตาแตก 
 
 
    
          “ก็เราเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ...เคน” ไม่พูดเปล่าทำเสียงอ่อนเสียงหวาน เหมือนในบทพูดที่ซักซ้อมกันมาไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาสีน้ำเงินเพราะคอนแท็กเลนซ์นั้นเป็นประกาย ยิ่งเมื่อมือเรียวบีบเบาๆลงบนมือแกร่งของเคน 
 
 
    
         “เอ่อ....เอ่อ.......” เคนอึกอัก บางอย่างในแววตาของอีกฝ่ายทำให้ใจของเขาสั่นไหวอย่างน่าประหลาด จะดึงมือออกหรือก็บังคับมือตัวเองไม่ได้ แต่จะหลบสายตาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ทันใดหัวที่มักบอกว่าคิดอะไรได้ช้าของเคนก็กลับทำงานดีกะทันหันเมื่อนึกถึงเรื่องที่คุยกับโชติไว้เมื่อก่อนหน้านี้ออก  
 

 
                .....เฮ้ย..... หรือไอ้จูนมันคิดจริงจังวะ........ 

 
 
           “..................ใช่ไหมครับ” จูนช้อนสายตามองตรงกันข้ามกับเคนที่เบิกตาโพลง 

 
 
           “เอ่อ.....จูน..พี่ไม่ได้ชอบผู้ชายนะ” ในที่สุดก็ตัดสินใจพูดออกไปแบบนั้น ริมฝีปากของเด็กหนุ่มคลี่เป็นรอยยิ้ม ไหล่ทั้งสองข้างสั่นแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
    
 
 
         “ฮ่ะๆ... ทีนี้ใครกันล่ะที่เขิน.....” 
    
 
 
        “ไอ้จูน....นี่แกแกล้งพี่เหรอ” เคนแทบแยกเขี้ยวใส่ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะงัดมุกเก่าตัวเองมาเล่นงานกันแบบนี้ แถมสีหน้าท่าทางการแสดงนั่นทำเอาหลงเชื่อไปชั่วขณะ...ไม่ใช่ว่าเพราะฝีมือดีขึ้นทันควัน แต่เพราะเรื่องที่โชติพูดเอาไว้มากกว่าที่ทำให้เขาหวั่นไหวกว่าปรกติ 
    
 
 
           “ทีนี้จะได้รู้ไงว่า เวลาผมเขินแล้วพี่หัวเราะอ่ะ มันน่าขายหน้าแค่ไหน.... หน้าแดงเลยนะเมื่อกี้”  ไม่วายยังไปแหย่เคนซ้ำอีก

 
 
              “.........................” เคนเหลือบมองท้องฟ้าเล็กน้อยเหมือนจะพยายามยับยั้งความคิดบางอย่างในหัวของตัวเองอันที่จริงเขาอยากจะขอโทษจูนที่วันนี้แกล้งอีกฝ่ายตอนซ้อมมากเกินไปหน่อยแต่จากคำพูดของจูนเมื่อครู่ยิ่งเหมือนมายั่วควายตัวใหญ่ๆด้วยผ้าสีแดง ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 
 
 
     
           “โอเค งั้นถ้าเราเป็นแฟนกันนะ...จูน พี่ทำแบบนี้ก็ได้ใช่ไหม” เสียงทุ้มดังเพียงกระซิบเมื่อร่างสูงขยับเข้ามาประชิดรวดเร็วเสียจนจูนตั้งตัวไม่ติดเด็กหนุ่มยกสองมือหมายจะกันแต่ก็ไม่ทันเมื่อมือแกร่งของเคนรวบข้อมือทั้งสองข้างนั่นกดลงแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนรู้แทบรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน.....

 

     "................................"
 


        “อึ๋ยย....” จูนร้องพลางหลับตาแน่น พยายามจะเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทาง 
 
 
    
แม้จะมืดสลัวแต่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงกำลังเขินหน้าดำหน้าแดงอยู่แน่ๆ ยิ่งเห็นแบบนั้นยิ่งนึกอยากแกล้งเข้าไปใหญ่ ดวงตาคมพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายริมฝีปากได้รูปใต้จมูกโด่งได้รูปนั่นมองใกล้ๆแบบนี้แล้วก็จัดว่าเป็นริมฝีปากที่สวยอยู่ไม่น้อย 

 
 
          “ที่นี้ใครล่ะที่เขิน.....” เคนกระเซ้าแหย่ทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเขินจนตัวเกร็งและขืนปล่อยไว้อีกหน่อยคงได้เป็นตะคริวกันพอดีจึงคลายมือที่กุมมือของอีกฝ่ายออกช้าๆ แต่ก่อนจะละออกห่างกลับตัดสินใจขยับเข้าไปเพียงเพื่อจะแตะริมฝีปากแผ่วผ่านลงบนหน้าผากของอีกฝ่ายแทน 
    
 
 
       “เฮ้ย....” จูนขยับออกแทบจะในทันทีใบหน้าแดงก่ำใจเต้นไม่เป็นส่ำ “พี่เคน!!!...” มือหนึ่งก็ยกขึ้นปาดหน้าผากตัวเองยังรู้สึกได้ถึงสัมผัสแผ่วผ่านบนผิวเนื้อ ดวงตาสีน้ำเงินนั้นดูตกใจอยู่ไม่น้อย “อย่ามาแกล้งอะไรพิเรนทร์ๆแบบนี้ดิ่...”  
 

         “ใครเขาเรียกแกล้ง... นี่เขาเรียกว่า ทำความคุ้นเคยกับบทต่างหาก....” เคนลอยหน้า ก่อนจะหยิบหมวกกันน็อคของตัวเองขึ้นมาใส่ยกขาขึ้นคร่อมมอตอร์ไซค์คันใหญ่ของตัวเอง  “แล้วเขาก็เรียกว่า สั่งสอนไอ้ตัวแสบที่ทำตัวต่อหน้าโชติกับยุทธ์ก็อย่างลับหลังก็อย่างอย่างแกต่างหากเล่า ”
      
   
 
     “........ “จูนสูดลมหายใจเข้าลึก ไม่แน่ใจว่าความร้อนที่รู้สึกบนใบหน้าตอนนี้นี่เพราะความยัวะ หรือความเขินของตัวเองกันแน่  “วันนี้พี่คงเมาน้ำแตงโม ...ผมว่าพี่รีบๆแว๊นซ์กลับหอไปเลยดีกว่า ....” จูนพูดเสียงแข็งขึ้นมาทันที 
 
 
 
          “โอ๊ะ เดี๋ยวนี้มีไล่ด้วยนะเมียจ๋า...” 
 
 
    
       “ใครเมียพี่!!?”  จูนถลึงตาใส่ 
 
 
    
       “แหม่...ก็เราทำกันเสียจนได้ลูกไม่ใช่เหรอ... ในบทน่ะ ในบท” เคนว่าพลางหัวเราะ เสียงหัวเราะดังอู้อี้อยู่ในหมวกกันน็อคอย่างน่าหมั่นไส้
 
 
    
       “พี่เคน!!” จูนแทบจะกระโจนเข้าไปหาอีกฝ่าย 
    
 
 
       “มาเลย....คราวนี้พ่อจะจับจูบให้ปากบวมเลยคอยดู เรื่องจูบพี่ไม่ถือจริงๆนะ ปากแกก็สวยด้วย...คงรู้สึกดีใช่ย่อย...” เคนยกมือกระดิกนิ้วเรียก 
 
 
    
      “อ่ะ....อ่ะ....” จูนชะงักแทบจะในทันที “ไอ้พี่เคน บ้าไปแล้ว ....ฮึ่ย... ” จนปัญญาจะต่อล้อต่อเถียงจูนชูนิ้วกลางใส่อีกฝ่าย 
 

      “จะไปไหนก็ไปเลยไป ควายแว๊นซ์” พูดแล้วก็เดินกลับเข้าประตูหอพักไปอย่างหัวเสีย เคนได้ยินเสียงบ่นฟังไม่ได้ศัพท์ดังเรื่อยไปจนประตูด้านหน้าของหอพักปิดลง
 
 
    
      “ฝันดีน้า....” เคนส่งเสียงตามหลังอีกฝ่ายไปแล้วหัวเราะเมื่อนึกถึงสัมผัสแผ่วผ่านเมื่อครู่ ก่อนจะส่ายหัวเบาๆสองสามที แล้วบิดมอเตอร์ไซค์คันโตของตัวเองออกไปทันที 
 


      .................................................. to be continued

edit @ 19 May 2013 10:50:21 by p.k.a

Comment

Comment:

Tweet