-2-

    “อาฮะ...ถ้าไม่มีบทพูดเพิ่มมากก็โอเค แล้ว...ให้ทำไง” 
 

    “จูบ....จะเพิ่มบทให้แกจูบไอ้จูนมันสักสองสามที กับฉากนอนซบๆกันบนเตียงอ่ะ แบบ....อะฮ่า..เคนจ๋า...คุณยอดเยี่ยมที่สุดเลยนะ....”
 

     “อึ๋ยยยยย ไม่เอาอ่ะพี่โชติ ไม่เอาอ่ะ...พี่โชติกะแกล้งผมอีกเหรอ” จูนโวยวายผละจากยุทธ์มานั่งคุกเข่าข้างๆโชติแทบไม่ทัน สองมือจับขารุ่นพี่เขย่าไปมา
 

    “เฮ้ย แกไม่ได้เปลี่ยนคนเดียวนะเว้ย พวกฉันก็มีเหมือนกันเนอะยุทธ์” โชติว่าพลางยิ้มกว้าง “กะอีแค่เลิฟซีนนิดหน่อยเองจูน ไม่มีอะไรหรอก” ถึงโชติจะบอกแบบนั้นแต่เจ้าตัวกลับยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่ 
 

     “ไม่เอาอ่ะ ตอนนี้ในบทก็มีต้องกอดกับพี่เคนแล้วอ่ะ...แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วนะพี่โชติ” ไม่พูดเปล่าชี้นิ้วไปที่เคนที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายอยู่ไม่ห่างออกไปนัก 
 

    “อะไรวะ กอดกับฉันมันไม่ดีตรงไหนวะจูน ... ออกจะกล้ามใหญ่ใจดีมีเวลาให้ขนาดนี้ มามะมาซบอกพี่มานี่” เคนผายมือทั้งสองข้างออกก่อนจะตบลงบนอกกว้างของตัวเองเบาๆ ยิ่งเห็นจูนโวยวายแล้วยิ่งอยากจะแหย่
 

   “ ก็....ไม่ดีตรงที่......” จูนหันไปมองหน้าของอีกฝ่ายก่อนจะนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อตอนกลางวัน ถ้าเขาโอดครวญอะไรตอนนี้อีกก็จะกลายเป็นตัวถ่วงของกลุ่มไปจริงๆ เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขาหันกลับไปมองหน้าของโชติและยุทธ์ 
“ไม่มีอะไรครับ.....เอาเป็นว่าถ้าพี่โชติกับพี่ยุทธ์ว่ามันจะดีก็เอาตามนั้นเลยละกัน ....ซ้อมกันดีกว่า...มาครับพี่ยุทธ์ผมช่วยเก็บ” ว่าแล้วก็เสนอตัวช่วยยุทธ์เก็บกวาด ทำเอาโชติต้องหันมามองหน้าเคนด้วยความประหลาดใจ

 
 
    “อะไรของมัน? เมื่อกี้ยังโวยวายอยู่เลย”  เคนเหลือบมองตามจูนเล็กน้อย เขายังจำสิ่งที่จูนพูดเมื่อกลางวันได้ 

    “มันก็คงแค่ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของพวกแกล่ะมั้ง” 

    “หืม? หมายความว่าไง.... “

    “ไมมีอะไรหรอก” เคนตัดบท ริมฝีปากหยักยิ้มน้อยๆ “บทเตรียมไว้แล้วใช่ป่ะ เดี๋ยวขอดูหน่อยนะ จะได้รีบจำให้ได้...จำไม่ได้ไอ้ยุทธ์ก็มาว่ากูอีก” 

    “เออๆ... เดี๋ยวนะ”  โชติว่าพลางหันไปหยิบบทเวอร์ชั่นใหม่ที่เพิ่งปรินท์และเอาไปถ่ายเอกสารมาสดๆร้อนๆ เคนรับบทมาเปิดดูในส่วนที่โชติมาร์กเอาไว้ให้ ที่เพิ่มเข้ามาก็คือบทจูบในตอนสุดท้ายและบทเลิฟซีนนอนซบกันเล็กๆที่ยิ่งถ้าจูนเห็นบทบรรยายแล้วคงยิ่งจะโวยวายกว่าเดิมเป็นแน่ 
 


         
   ...ไฟห้องนอนดับลงมีเพียงแสงสลัวจากไฟหัวเตียงสาดกระทบลงบนไหล่ของจูนที่กำลังอิง
    แอบเอาไออุ่นจากร่างของเคน มือเรียวลูบเบาๆบนแผ่นอกแกร่งของอีกฝ่าย... 

           “เมื่อกี้รู้สึกดีที่สุดเลย...”
 
    “ฮ่ะๆๆ.....” เคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่ออ่านบทบรรทัดนั้นเสร็จก็แทบรอไม่ไหวที่จะได้ยินจูนพูดบทพูดนี้ออกมาในใจนึกไปว่าอีกฝ่ายจะแสดงออกมาแบบไหนกัน  “เจ๋งมากโชติ ฮาสาดเลยว่ะ” 

 
    “ฮาตรงไหนวะ บทออกจะโรแมนติค....” คนเขียนบทงงกับท่าทางของอีกฝ่าย

 
    “เอาเหอะ....เดี๋ยวก็รู้” 

 
    “แล้วแกนี่ไม่มีปัญหาอะไรเลยรึไงวะ เห็นไอ้จูนมันโวยเอาโวยเอา นี่แกไม่มีประท้วงแบบนี้ก็พิกลว่ะ” 

 
    “โวยแล้วแกจะแก้บทไหม” เคนถาม

    “ไม่” โชติตอบทันควัน

    “ก็นั่นล่ะ กูเลยไม่โวยถึงกูจะไม่ได้ชอบกอดผู้ชายก็เหอะ แต่นี่มันน้อง ให้กูโวยมากๆเดี๋ยวมันจะหาว่ากูรังเกียจมันอีก..” เคนพูด เขาคิดอยู่เสมอว่าจูนเป็นเด็กหนุ่มที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ นิสัยบางอย่างของจูนคงชวนให้ใครต่อใครเข้าใจผิดไปไม่น้อยว่าจูน....อาจจะ...ชอบผู้ชายด้วยกัน แต่เขาไม่คิดว่าควรจะเอาเรื่องนั้นมาพูดหหรือตั้งแง่อะไร ยังไงเสีย จูนก็เป็นจูน เป็นคนแบบนั้น เป็นรุ่นน้องคนนึงที่เขาเอ็นดูอยู่ไม่น้อย เขาไม่อยากทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ต้องมาระแวงระวังอะไรกับคนที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ด้วยกันแบบนี้ 

    “อีกอย่าง ขอแค่ไม่มีบทอะไรให้กูจำเพิ่มก็โอเคละ...เรื่องจำๆท่องๆนี่กูไม่ถนัดจริงๆว่ะ”

 
    “แกก็เล่นแบบมุมกล้องก็ได้นะเว้ย ฉันกับไอ้ยุทธ์ก็กะจะทำแบบนั้น...” โชติกระซิบบอกเคนเบาๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายหันไปมองจูนหน้าเครียดกว่าทุกที ทั้งที่ปรกติออกจะเป็นคนอารมณ์ดีกับทุกเรื่องแท้ๆ 

    “หึๆ...เดี๋ยวไว้ค่อยว่ากันก็แล้วกัน ...ซ้อมกันดีกว่า...แกก็ไปล้างมือล้างปากซะไป กินเลอะชิบหาย”
 

 
                                                        ........................................................ 


    การซ้อมเริ่มต้นขึ้นตามปรกติ...ทุกฉากผ่านไปด้วยดี จะมีต่างออกไปก็คงเป็นบรรยากาศของจูนที่มักจะนั่งมองการแสดงของโชติกับยุทธิ์ด้วยสายตาเป็นประกาย วันนี้กลับดูตึงเครียดอยู่ไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะใกล้จะถึงคิวฉากเจ้าปัญหาที่ต้องแสดงกันไปหลายสิบเทคเมื่อวานนี้ก็เป็นได้ 

 
    “เอ้า จูน ...ตาแกซ้อมแล้วนะ....จำไว้นะ อยู่กับบท อินกับมัน บทใหม่แกจะยอมยกโทษให้เคนเพราะหมอนี่ยอมทนยืนตากฝนขอโทษขอโพยแล้วก็สัญญาว่าจะดูแลแกกับลูกนะ....ต้องโดดเข้าไปหา ต้องรักมัน แล้วสองคนนะจะมีฉากจูบกันเพิ่มเข้ามาตอนท้าย....เหอะๆ...เตรียมใจไว้ด้วยนะ”ทั้งๆที่ไม่ต้อบอกก็รู้ว่าท่าทางกระสับกระส่ายของจูนนั้นคงเป็นเพราะกำลังตื่นเต้นมากแต่โชติก็ยังอดไม่ได้ที่จะแหย่น้องเล็กจอมตื่นเต้นประจำกลุ่ม  

    “คร้าบ คร้าบ....” เสียงจูนรับคำด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูสดใส ร่างสูงโปร่งที่ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่ชุดวอร์มลุกขึ้นกระโดดสลับขาอยู่กับที่เบาๆเหมือนจะวอร์มร่างกาย

    “เอาล่ะ ฉากที่ 25 เทค 1” เสียงโชติให้สัญญานเมื่อเห็นเคนเองก็อยู่ในสมาธิเป็นที่เรียบร้อย 


   เคนอยู่ในบทบาทของตัวเองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรศัพท์ของจูน ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ได้ยินเสียงสัญญานโทรศัพท์ก็สูดลมหายใจเข้าลึก ตัวละครของเขาจะต้องกำลังรู้สึกตื่นเต้นและภาวนาให้ปลายสายกดรับโทรศัพท์ มือของเคนเริ่มสั่นเมื่อเขาจินตนาการไปว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมากระทบร่าง 

    “ จูน... “ ดวงตาคมสบมองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนที่เว้นไว้เพียงช่วงแขนนั้นดูเหมือนไกลกันมาก 

    “ทำไม...ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย....” จูนเองก็สบตากลับไป บางอย่างในแววตาเจ็บปวดตามบทบาท จูนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเอตั้งท้องหลังจากเลิกกับเคนได้ไม่นาน เขาควรจะยกโทษให้กับผู้ชายคนนี้ดีไหม ผู้ชายที่รีบกลับมาหาเขาทันทีที่รู้สึกผิด รีบกลับมาหาเขาทันทีเมื่อรู้ว่าในตอนนี้ได้มีอีกชีวิตหนึ่งเกิดขึ้นในร่างกายของเขาแล้ว และทั้งๆที่รู้ว่าเขาอาจจะไม่ยกโทษให้ แต่ก็ยังกลับมาอ้อนวอน ขอร้อง ยอมยืนเปียกอยู่ท่ามกลางสายฝนเป็นชั่วโมง นั่นทำให้เกิดคำถามมากมาย

    “ทำไม..ทำไมต้องทำขนาด