-2-

    “อาฮะ...ถ้าไม่มีบทพูดเพิ่มมากก็โอเค แล้ว...ให้ทำไง” 
 

    “จูบ....จะเพิ่มบทให้แกจูบไอ้จูนมันสักสองสามที กับฉากนอนซบๆกันบนเตียงอ่ะ แบบ....อะฮ่า..เคนจ๋า...คุณยอดเยี่ยมที่สุดเลยนะ....”
 

     “อึ๋ยยยยย ไม่เอาอ่ะพี่โชติ ไม่เอาอ่ะ...พี่โชติกะแกล้งผมอีกเหรอ” จูนโวยวายผละจากยุทธ์มานั่งคุกเข่าข้างๆโชติแทบไม่ทัน สองมือจับขารุ่นพี่เขย่าไปมา
 

    “เฮ้ย แกไม่ได้เปลี่ยนคนเดียวนะเว้ย พวกฉันก็มีเหมือนกันเนอะยุทธ์” โชติว่าพลางยิ้มกว้าง “กะอีแค่เลิฟซีนนิดหน่อยเองจูน ไม่มีอะไรหรอก” ถึงโชติจะบอกแบบนั้นแต่เจ้าตัวกลับยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่ 
 

     “ไม่เอาอ่ะ ตอนนี้ในบทก็มีต้องกอดกับพี่เคนแล้วอ่ะ...แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วนะพี่โชติ” ไม่พูดเปล่าชี้นิ้วไปที่เคนที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายอยู่ไม่ห่างออกไปนัก 
 

    “อะไรวะ กอดกับฉันมันไม่ดีตรงไหนวะจูน ... ออกจะกล้ามใหญ่ใจดีมีเวลาให้ขนาดนี้ มามะมาซบอกพี่มานี่” เคนผายมือทั้งสองข้างออกก่อนจะตบลงบนอกกว้างของตัวเองเบาๆ ยิ่งเห็นจูนโวยวายแล้วยิ่งอยากจะแหย่
 

   “ ก็....ไม่ดีตรงที่......” จูนหันไปมองหน้าของอีกฝ่ายก่อนจะนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อตอนกลางวัน ถ้าเขาโอดครวญอะไรตอนนี้อีกก็จะกลายเป็นตัวถ่วงของกลุ่มไปจริงๆ เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขาหันกลับไปมองหน้าของโชติและยุทธ์ 
“ไม่มีอะไรครับ.....เอาเป็นว่าถ้าพี่โชติกับพี่ยุทธ์ว่ามันจะดีก็เอาตามนั้นเลยละกัน ....ซ้อมกันดีกว่า...มาครับพี่ยุทธ์ผมช่วยเก็บ” ว่าแล้วก็เสนอตัวช่วยยุทธ์เก็บกวาด ทำเอาโชติต้องหันมามองหน้าเคนด้วยความประหลาดใจ

 
 
    “อะไรของมัน? เมื่อกี้ยังโวยวายอยู่เลย”  เคนเหลือบมองตามจูนเล็กน้อย เขายังจำสิ่งที่จูนพูดเมื่อกลางวันได้ 

    “มันก็คงแค่ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของพวกแกล่ะมั้ง” 

    “หืม? หมายความว่าไง.... “

    “ไมมีอะไรหรอก” เคนตัดบท ริมฝีปากหยักยิ้มน้อยๆ “บทเตรียมไว้แล้วใช่ป่ะ เดี๋ยวขอดูหน่อยนะ จะได้รีบจำให้ได้...จำไม่ได้ไอ้ยุทธ์ก็มาว่ากูอีก” 

    “เออๆ... เดี๋ยวนะ”  โชติว่าพลางหันไปหยิบบทเวอร์ชั่นใหม่ที่เพิ่งปรินท์และเอาไปถ่ายเอกสารมาสดๆร้อนๆ เคนรับบทมาเปิดดูในส่วนที่โชติมาร์กเอาไว้ให้ ที่เพิ่มเข้ามาก็คือบทจูบในตอนสุดท้ายและบทเลิฟซีนนอนซบกันเล็กๆที่ยิ่งถ้าจูนเห็นบทบรรยายแล้วคงยิ่งจะโวยวายกว่าเดิมเป็นแน่ 
 


         
   ...ไฟห้องนอนดับลงมีเพียงแสงสลัวจากไฟหัวเตียงสาดกระทบลงบนไหล่ของจูนที่กำลังอิง
    แอบเอาไออุ่นจากร่างของเคน มือเรียวลูบเบาๆบนแผ่นอกแกร่งของอีกฝ่าย... 

           “เมื่อกี้รู้สึกดีที่สุดเลย...”
 
    “ฮ่ะๆๆ.....” เคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่ออ่านบทบรรทัดนั้นเสร็จก็แทบรอไม่ไหวที่จะได้ยินจูนพูดบทพูดนี้ออกมาในใจนึกไปว่าอีกฝ่ายจะแสดงออกมาแบบไหนกัน  “เจ๋งมากโชติ ฮาสาดเลยว่ะ” 

 
    “ฮาตรงไหนวะ บทออกจะโรแมนติค....” คนเขียนบทงงกับท่าทางของอีกฝ่าย

 
    “เอาเหอะ....เดี๋ยวก็รู้” 

 
    “แล้วแกนี่ไม่มีปัญหาอะไรเลยรึไงวะ เห็นไอ้จูนมันโวยเอาโวยเอา นี่แกไม่มีประท้วงแบบนี้ก็พิกลว่ะ” 

 
    “โวยแล้วแกจะแก้บทไหม” เคนถาม

    “ไม่” โชติตอบทันควัน

    “ก็นั่นล่ะ กูเลยไม่โวยถึงกูจะไม่ได้ชอบกอดผู้ชายก็เหอะ แต่นี่มันน้อง ให้กูโวยมากๆเดี๋ยวมันจะหาว่ากูรังเกียจมันอีก..” เคนพูด เขาคิดอยู่เสมอว่าจูนเป็นเด็กหนุ่มที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ นิสัยบางอย่างของจูนคงชวนให้ใครต่อใครเข้าใจผิดไปไม่น้อยว่าจูน....อาจจะ...ชอบผู้ชายด้วยกัน แต่เขาไม่คิดว่าควรจะเอาเรื่องนั้นมาพูดหหรือตั้งแง่อะไร ยังไงเสีย จูนก็เป็นจูน เป็นคนแบบนั้น เป็นรุ่นน้องคนนึงที่เขาเอ็นดูอยู่ไม่น้อย เขาไม่อยากทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ต้องมาระแวงระวังอะไรกับคนที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ด้วยกันแบบนี้ 

    “อีกอย่าง ขอแค่ไม่มีบทอะไรให้กูจำเพิ่มก็โอเคละ...เรื่องจำๆท่องๆนี่กูไม่ถนัดจริงๆว่ะ”

 
    “แกก็เล่นแบบมุมกล้องก็ได้นะเว้ย ฉันกับไอ้ยุทธ์ก็กะจะทำแบบนั้น...” โชติกระซิบบอกเคนเบาๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายหันไปมองจูนหน้าเครียดกว่าทุกที ทั้งที่ปรกติออกจะเป็นคนอารมณ์ดีกับทุกเรื่องแท้ๆ 

    “หึๆ...เดี๋ยวไว้ค่อยว่ากันก็แล้วกัน ...ซ้อมกันดีกว่า...แกก็ไปล้างมือล้างปากซะไป กินเลอะชิบหาย”
 

 
                                                        ........................................................ 


    การซ้อมเริ่มต้นขึ้นตามปรกติ...ทุกฉากผ่านไปด้วยดี จะมีต่างออกไปก็คงเป็นบรรยากาศของจูนที่มักจะนั่งมองการแสดงของโชติกับยุทธิ์ด้วยสายตาเป็นประกาย วันนี้กลับดูตึงเครียดอยู่ไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะใกล้จะถึงคิวฉากเจ้าปัญหาที่ต้องแสดงกันไปหลายสิบเทคเมื่อวานนี้ก็เป็นได้ 

 
    “เอ้า จูน ...ตาแกซ้อมแล้วนะ....จำไว้นะ อยู่กับบท อินกับมัน บทใหม่แกจะยอมยกโทษให้เคนเพราะหมอนี่ยอมทนยืนตากฝนขอโทษขอโพยแล้วก็สัญญาว่าจะดูแลแกกับลูกนะ....ต้องโดดเข้าไปหา ต้องรักมัน แล้วสองคนนะจะมีฉากจูบกันเพิ่มเข้ามาตอนท้าย....เหอะๆ...เตรียมใจไว้ด้วยนะ”ทั้งๆที่ไม่ต้อบอกก็รู้ว่าท่าทางกระสับกระส่ายของจูนนั้นคงเป็นเพราะกำลังตื่นเต้นมากแต่โชติก็ยังอดไม่ได้ที่จะแหย่น้องเล็กจอมตื่นเต้นประจำกลุ่ม  

    “คร้าบ คร้าบ....” เสียงจูนรับคำด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูสดใส ร่างสูงโปร่งที่ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่ชุดวอร์มลุกขึ้นกระโดดสลับขาอยู่กับที่เบาๆเหมือนจะวอร์มร่างกาย

    “เอาล่ะ ฉากที่ 25 เทค 1” เสียงโชติให้สัญญานเมื่อเห็นเคนเองก็อยู่ในสมาธิเป็นที่เรียบร้อย 


   เคนอยู่ในบทบาทของตัวเองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรศัพท์ของจูน ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ได้ยินเสียงสัญญานโทรศัพท์ก็สูดลมหายใจเข้าลึก ตัวละครของเขาจะต้องกำลังรู้สึกตื่นเต้นและภาวนาให้ปลายสายกดรับโทรศัพท์ มือของเคนเริ่มสั่นเมื่อเขาจินตนาการไปว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมากระทบร่าง 

    “ จูน... “ ดวงตาคมสบมองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนที่เว้นไว้เพียงช่วงแขนนั้นดูเหมือนไกลกันมาก 

    “ทำไม...ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย....” จูนเองก็สบตากลับไป บางอย่างในแววตาเจ็บปวดตามบทบาท จูนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเอตั้งท้องหลังจากเลิกกับเคนได้ไม่นาน เขาควรจะยกโทษให้กับผู้ชายคนนี้ดีไหม ผู้ชายที่รีบกลับมาหาเขาทันทีที่รู้สึกผิด รีบกลับมาหาเขาทันทีเมื่อรู้ว่าในตอนนี้ได้มีอีกชีวิตหนึ่งเกิดขึ้นในร่างกายของเขาแล้ว และทั้งๆที่รู้ว่าเขาอาจจะไม่ยกโทษให้ แต่ก็ยังกลับมาอ้อนวอน ขอร้อง ยอมยืนเปียกอยู่ท่ามกลางสายฝนเป็นชั่วโมง นั่นทำให้เกิดคำถามมากมาย

    “ทำไม..ทำไมต้องทำขนาดนี้ ทำไมต้องกลับมาทำให้ฉันสับสนอีก”เด็กหนุ่มพูดไปตามบท น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นเครือ 
    เคนหลับตาลงฟังเสียงสั่นเครือของจูน ความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันซึมลึกลงไปข้างในวันนี้นักแสดงร่วมของเขาส่งอารมณ์ได้ดีทีเดียว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก

    “............เพราะรักไงล่ะ....จูน...เพราะฉันรักนาย....ขอร้องล่ะให้โอกาสฉันเถอะนะ ให้ฉันได้ดูแลนาย..กับลูกของเราเถอะนะ...”


    “เฮ่ย...โชติ...”ในขณะที่สมาชิกอีกสองคนกำลังซ้อมบทจนใกล้จะถึงจุดไคลแมกซ์ของฉาก ยุทธ์ที่นั่งดูอยู่ก็สะกิดโชติเบาๆ 

    “อะไรวะ คนกำลังดู....” โชติหันมามองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์นัก 

    “เดี๋ยวมีฉากจูบใช่ป่ะ” ว่าพลางยกมือขึ้นมาแตะปากตัวเอง

    “เออ...เป็นฉากที่ไอ้จูนมันวิ่งลงมา บอกรักเคนอ่ะ แล้วก็จะให้จูบกัน” โชติกระซิบกลับ 

    “แล้วแกว่า ไอ้เคนมันจะจูบจริงป่ะ ไอ้จูนมันโวยวายใหญ่เลย...แต่กูว่ามันเขิน...ผู้หญิงสวยแม่งก็เขิน ผู้ชายหล่อแม่งก็เขิน มันเขินหมดแบบนี้ มันจะแสดงได้ไงวะ ...” ยุทธ์ว่าเขารู้จักจูนดีว่าเป็นเด็กหนุ่มที่ชอบคนหน้าตาดีอยู่เป็นทุนเดิม แล้วตัวเองก็เป็นเด็กขี้อายอยู่แล้ว พอมาเจออะไรที่ชอบก็จะเขินจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ทุกทีไป

    “กูก็บอกเคนไปแล้ว...ว่าใช้มุมกล้องได้ แต่เห็นมาหัวเราะ เหอๆ ก็ไม่รู้มันเหมือนกัน” โชติว่าพลางเอียงคอ เขาเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่ามนุษย์ที่ไม่เคยบรรจุคำว่า “เขินอาย” ลงไปในพจนานุกรมของตัวเองแบบ เคน นั้นจะทำอย่างไรกับคนที่เขินง่ายแบบจูน 

    “ 100 นึงว่าไอ้เคนจูบจริง” ยุทธ์ว่าพลางควักแบงค์ร้อยออกมายื่นให้

   “100 นึงว่าไอ้เคนมันมุมกล้องชัวร์” โชติก็ดึงแบงค์ร้อยมาชูให้อีกฝ่ายดูแต่ก็ยังระวังไม่ให้ทั้งเคนและจูนเห็น ทั้งโชติและยุทธ์ต่างสบตากันเมื่อรู้ว่าความเห็นไม่เหมือนกัน ดูท่าคราวนี้ไม่ใครก็ใครคงจะได้ฤกษ์เสียพนันเป็นแน่ กลับไปทางด้านทั้งสองคนที่กำลังซ้อมบท จูนทำท่าคล้ายกระหืดกระหอบเหมือนเพิ่งวิ่งมาไกล ดวงตากลมสีน้ำเงินสบตาของเคนนิ่ง ก่อนจะโผเข้าใส่ สองมือตบตีลงบนไหล่กว้างจนร่างสูงของเคนจนอีกฝ่ายเซ

   “ไอ้บ้า ไอ้งี่เง่า ไอ้ควาย!!” จูนพูดออกไปตามบท แต่ครั้งนี้อารมณ์ส่งผ่านมาได้เป็นอย่างดี ก่อนสองมือจะเปลี่ยนเป็นโอบร่างของเคนเข้าหา โอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้แนบอก ก่อนจะพูดบทของตัวเองออกไป 

    “แต่ก็รักนะ....” น่าแปลกเหลือเกินที่ในวันนี้จูนส่งอารมณ์ได้ดีจนเคนรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองจะพองโตจากคำพูดนั้น เขาคิดว่าตัวละครของเขาคงรับรู้ความรู้สึกนั้นได้เป็นแน่ สองมือแกร่งเลื่อนไปจับไหล่ของอีกฝ่ายเอาไว้ จมูกโด่งเผลอซุกเบาๆลงบนเส้นผมสีบลอนด์ทองของอีกฝ่ายสูดกลิ่นหอมอ่อนๆเข้าไปจนเต็มปอดอย่างลืมตัว 


    สองไหล่ของจูนกระตุกเกร็งเมื่อมือของเคนยึดไหล่ของเขาเอาไว้แน่น ก่อนจะผละออกเล็กน้อยจูนเหลือบมองสายตาของเคน ดวงตาคมนั้นเป็นประกายเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างจากตัวเคนที่เคยเห็นเหมือนเช่นทุกที 


     .........ชิบหายละ พี่เคน อินไปป่ะ.......    

     และยิ่งต้องเกร็งมากขึ้นเมื่อสองมือแกร่งเลื่อนมาจับใบหน้าของเขาเอาไว้มั่นก่อนจะโน้มหน้าลงมาใกล้ จูนมองหน้าของอีกฝ่ายนิ่ง เขาไม่กล้าแม้แต่จะหลบตาเสียด้วยซ้ำตัวก็เกร็งจนไม่รู้จะเอามือไม้ไปไว้ที่ไหน ตอนนี้คำว่า “การแสดง” มันเด้งกระดอนออกนอกหัวออกไปจนหมดแล้ว 


  
 .....เอาจริงดิ่!?......


    “ร้อยนึงเสร็จกูแน่ไอ้โชติ....”ยุทธ์สะกิดให้โชติดูเคนที่ดูจะอินกับบทจนน่าเหลือเชื่อในขณะที่จูนเกร็งจนตัวแข็งทื่อไปแล้ว 

    “สาด อย่าเพิ่งแช่ง เดี๋ยวคอยดูก่อนดิ่...” โชติกระทุ้งศอกเข้าสีข้างของอีกฝ่าย ดวงตาจ้องมองการแสดงของเพื่อนกับรุ่นน้องของตัวเองด้วยใจระทึก ตอนที่เขาเขียนบทมาก็ไม่ได้คิดว่ามันจะต้องมานั่งลุ้นกันตัวเกร็งขนาดนี้ 

    “...................โอ้ยไม่ไหวแล้ว!!!!” จูนหลบสัมผัสของเคนได้ทันควัน เด็กหนุ่มทรุดตัวลงไปนั่ง สองมือมือยกขึ้นจับด้านข้างลำคอของตัวเอง ปฏิกิริยาของจูนทำให้ทั้งโชติและยุทธ์ที่นั่งลุ้นอยู่ได้หายใจหายคอทั่วท้องกันเสียที 

    “อ้าว เฮ้ย จูนเป็นอะไรของแกอีกวะ ...” เคนเองก็ร้องออกมาด้วยความตกใจเหมือนกัน เสียงของจูนทำเอาเขาตื่นจากบทบาทของตัวเองแทบจะในทันที ว่าพลางก็ก้มลงไปเขย่าไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ ถึงเคนจะมองเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเพราะจูนหลบหน้าไปอีกด้านแต่ใบหูที่แดงก่ำนั่นบอกให้รู้ได้ชัดเลยว่าอีกฝ่ายคงต้องกำลังหน้าแดงอยู่แน่ๆ  “นี่....แก...เขินพี่เหรอ” 

    “เปล๊า ใครว่าผมเขิน!”จูนร้องเสียงสูง โบกมือส่ายหน้าพัลวัน “ผมจะไปเขินพี่ทำไม พี่มีอะไรให้ผมเขินกัน โด่... ผมเปล๊า... ไปเลยๆไม่ต้องสนใจผมหรอกเดี๋ยวผมลุกเอง” ว่าพลางก็โบกมือไล่ให้อีกฝ่ายเดินไปให้พ้นๆ

    “อ้อ...เหรอ” เคนเดินอ้อมไปนั่งลงตรงหน้าของอีกฝ่าย เท้าคางมองอย่างนึกสนุก   “ไม่เขินๆ....” ว่าพลางชี้นิ้วที่แก้มของตัวเองเป็นเชิงให้อีกฝ่ายหันไปสำรวจหน้าของตัวเองในกระจกบ้าง “แต่หน้าแดงโวยวาย แถมเข่าอ่อนยืนไม่ไหวเนี่ยนะ ไอ้โกหกไม่เนียนเอ้ย....”  ถึงจูนจะปฏิเสธแต่เคนดูเหมือนจะไม่เชื่อเช่นนั้นปฏิกิริยาโอเวอร์แอคติ้งซะขนาดนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนที่โดนด่าว่าแสดงได้ห่วยแตกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

    “คัททททททท.....” เสียงโชติตะโกนตัดบท นึกดีใจว่าวันนี้ตัวเองไม่ต้องเสียร้อยนึงไปกับการพนันบ้าๆของตนเองกับยุทธ์ 

“โอเค ดีมากจูน วันนี้เล่นได้ดี...เคน...วันนี้บทเป๊ะมาก เล่นดีอีกต่างหาก เยี่ยมเลย” 

    “ดีจนน่ากลัว ไม่เอาแล้วพี่โชติ...พี่เคนเป็นอะไรปรกติลืมบทตลอด วันนี้แม่นเกินไปป่ะ...เมื่อกี้พี่เคนหน้าโคตรหื่นอ่ะขนยังลุกไม่หายเลย” จูนระล่ำระลักพูดออกมายกสองมือถูกแขนตัวเองไปมา ใบหน้าของเคนที่ดูจริงจังเมื่อครู่ทำเอาเขาลืมบทเลยทีเดียว 

    “ช่วยไม่ได้พี่ถนัดวิชาปฏิบัตินี่หว่า ไอ้ตัวแสบโวยวายมากๆ เดี๋ยวพ่อจับจูบจริงขึ้นมาจะหนาวกว่านี้” เคนทำเป็นชี้นิ้วขู่ 

    “พี่ยุทธ์.....พี่เคนขู่ผมด้วยอ่า....”ได้ทีจูนรีบเดินไปอ้อนหวังว่าจะให้ยุทธ์ช่วย แต่คราวนี้ผลกลับตรงกันข้าม

    “เออ เคนแล้วไมไม่จูบๆไปเลยวะ เอาให้ละลายไปเลย ฮ่ะๆ” หนุ่มร่างเล็กพูดทำเอาจูนถลึงตามองจนตาแทบหลุด

    “อ้าวเฮ้ย พี่ยุทธ์ไหงพูดงั้นอ่ะ”  ยุทธ์ไม่ตอบเขาหันไปมองหน้าโชติอย่างเซ็งๆ 

   ....อด ร้อยนึง เพราะแกดันหลบนั่นล่ะวะไอ้จูน..... 

    “โอ้ย กูไม่จูบจริงหรอก จูน ถามจริงเหอะก่อนมาไปกินอะไรมาวะ....แหนมเนือง?” เคนทำหน้ายุ่งพลางเกาหัวอันที่จริงเขาไม่อยากจะทำแบบนี้เลยแท้ๆ 

    “เฮ้ย พี่เคนรู้ได้ไง” อีกฝ่ายก็ทำหน้าตกใจว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไร 

    “ไปเชิญคุณเจน ญาณทิพย์มามั้ง....ไอ้บ้า!... แม่งเลี้ยงกระเทียมไว้ในท้องหรือไงวะ หายใจออกมาเป็นกระเทียมเลย คราวหน้าคราวหลังหัดแปรงฟันบ้วนปาก กำจัดสายพันธ์กระเทียมในปากก่อนด้วยนะ ไอ้ปากเหม็น” ไม่พูดเปล่าเดินเข้าไปจับสองแก้มของรุ่นน้องตบซ้ายทีขวาทีเบาๆด้วยนึกหมั่นไส้ 

    “โอ้ยๆ ก็ใครจะไปรู้เล่าว่าวันนี้จะมีฉากนี้อ่ะ “ จูนเบี่ยงตัวหลบจากการกลั่นแกล้งของเคน รุ่นพี่คนนี้ชอบเล่นแรงๆกับเขาเสมอ บางครั้งก็อยากบอกให้หยุด แต่บอกไปกี่รอบก็เหมือนจะไม่เคยเข้าโสตประสารทเลยสักครั้ง 

    “เอ้าๆ พอก่อน ขอเม้นต์ก่อน ...จูน สรุปว่า แกจะเล่นได้ไหมฉากจูบเนี่ย เพราะนอกจากจูบยังต้องมีซบอกเจ้าเคนด้วยนะ พี่จะให้ถอดเสื้อด้วยนะ เข้าใกล้แค่นี้ยังเขินจะเป็นจะตาย เจอของจริงกล้ามแน่นๆซิกซ์แพ็คเด็กพละลงน้ำมันมวยมาด้วยนี่แกจะเล่นได้ไหม” โชติกลับเข้าโหมดจริงจัง และทั้ง ยุทธ์และเคนก็หยุดรอคำตอบจากปากของรุ่นน้อง

    “โอย พี่ มันก็ใช่จะทำใจกันง่ายๆนะ....ผมเขินนี่ ....เพราะพี่เคนนั่นล่ะ ทำหน้าหื่นอ่ะ” ไม่วายยังโทษว่าเหตุเป็นเพราะใบหน้าคมของเคนอยู่ดี 

    “อ้าว กูผิดอีกละ ไอ้เด็กนี่....” เคนส่ายหน้าพลางหัวเราะเบาๆ 

    “.....งั้นก็ต้องซ้อมจนกว่าจะไม่เขิน เริ่มจากงานอาทิตย์นี้เป็นต้นไป..เอาให้มีบทจูบแม่งทุกรอบเลย” ยุทธ์สรุปเองเสร็จสรรพ 

    “หา? ....”จูนอุทาน

   “อืม เอาตามนั้น” ตรงกันข้ามกับเคนที่ดูจะเข้าใจอะไรดีไปเสียทุกอย่าง 

    “งั้นก็เอาตามนั้น จูน อาทิตย์นี้แกต้องแสดงด้วย บทเล่นคู่กับเคนเหมือนเดิม จะให้อยู่ใกล้ๆกันจนกว่าจะหายเขินไปข้างนึง” โชติเองก็เห็นดีเห็นงามตามไปอีกคน 

    “เดี๋ยวๆๆ...ที่พูดมานี่มีใครถามผมสักคำไหม แล้วพี่เคน นี่ไม่คิดจะประท้วงอะไรเลยเหรอ” จูนว่าพลางหันไปมองหน้าของนักแสดงร่วมของตนเอง รู้สึกได้ชัดเจนว่าตอนนี้ตัวเองกำลังหน้าแดงไม่แน่ว่าเป็นเพราะความเขินอายหรือว่าความหงุดหงิดกันแน่ 

     “พี่ยังไงก็ได้....แค่จูบ พี่ไม่ถือหรอก” เคนตอบกลับหน้าตาเฉย 

    “แต่ผมถือนี่นา!” เด็กหนุ่มแทบแยกเขี้ยวใส่ กับท่าทีแบบนั้น ดูท่าว่าสำนึกเรื่องความเป็นส่วนตัวของเคนนั้นจะต่ำกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก และนั่นมันก็กวนประสาทเขาอยู่ไม่น้อยจูนอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายทำไมจะต้องสมัครใจที่จะทำอะไรแบบนั้นต่อหน้าที่สาธารณะขนาดนี้ด้วย

    “สรุปว่าต้นเหตุอยู่ที่เคนมันหล่อไปซิ่นะ...ไหนเคนทำหน้าอุบาทว์ๆสิ..”โชติว่า เคนก็รับคำด้วยการทำหน้าบูดเบี้ยวแลบลิ้นปลิ้นตา... ยุทธ์เดินเข้าไปกระชากหัวของเคนมาพิจารณาซ้ายขวาหน้าบูดเบี้ยวของเคน ยุทธ์ส่ายหัวก่อนผลักหน้าของอีกฝ่ายไปจนได้ยินเสียงดังกร็อบ

    “โอ้ยสาด เจ็บนะเว้ย” เคนร้องประท้วงแต่เหมือนยุทธ์จะไม่ได้ฟังเอาเสียเลย 

    “แม่ง...ก็ยังอุตส่าห์มีมุมดูดี” ว่าพลางก็ถอนหายใจ “เรื่องนี้พอเข้าใจ คนมันหน้าตาดีทำยังไงก็หน้าตาดี ฉันก็เคยพยายามทำให้ตัวเองหน้าตาไม่ดีแล้วมันก็ทำได้แค่นี้ล่ะ” ทำท่าทางประหนึ่งชายหนุ่มที่อาภัพโชคชะตาในละครน้ำเน่าเคล้าน้ำตาช่วงหลังข่าว ก่อนที่จะเดินไปค้นอะไรมาจากในตู้ไม่ได้รู้เลยว่าสายตาเพื่อนทั้งสามคนนั้นมองมาด้วยความระอาใจขนาดไหน 


    ....หน้าสวยๆอย่างเมิงก็พูดได้สิวะ....


     “แต่ถ้าปัญหามันอยู่ที่หน้าเจ้าเคนนะ ก็ทำแบบนี้ซะก็สิ้นเรื่อง.....” เสียงยุทธ์เอ่ยขึ้นเมื่อเดินกลับมา ก่อนจะโปะแป้งเด็กเข้าไปเต็มหน้าของเคน แถมไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งหลักร่างเล็กล็อคคอเคนลงมาละเลงแป้งลงบนหน้าจนขาวไปหมด 
 
   “โว้ย ไอ้ยุทธ์เล่นบ้าอะไรวะ....” กว่าเคนจะดิ้นหลุดออกมาได้ ก็ไม่ทันเสียแล้วใบหน้าคมคายโดนปิดทับด้วยแป้งเสียจนมองไม่ออกว่าอันไหนคิ้วอันไหนตา 

    “แบบนี้เขินไหม จูน....” ยุทธ์ว่าพลางดึงแขนของจูนให้เข้าไปยืนใกล้ๆกับเคน ตาประสานตาในระยะที่เรียกว่าเกือบจะหน้าชนกัน 

    “......................................”เด็กหนุ่มมองหน้าขาวๆของร่างสูงนิ่ง ก่อนริมฝีปากจะค่อยคลี่เป็นรอยยิ้ม “อึก....อุวะฮ่าๆๆๆๆ “ ก่อนระเบิดหัวเราะออกมาแบบไม่ได้เกรงใจอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย “หน้าขาวอย่างกับผีตกถังแป้งแบบนี้ ฮ่ะๆ....” จูนเหมือนจะอธิบายต่อไม่ได้ได้แต่ยืนหัวร่อจนตัวงออยู่แบบนั้น 

    “สรุปว่าไม่เขินแล้วสินะ ....ขอบใจนะไอ้เพื่อนเวร”เคนว่าพลางหันไปตบหัวของยุทธ์เสียดังป้าบ 

    “ไม่เป็นไร....กูก็อยากทำแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน” ยุทธ์ว่าพลางยิ้มมุมปากท่าทางยียวนเหมือนทุกที  

    “เอ้อ เคน...รู้จักแป้งงิ้วป่ะ...” โชติมองหน้าขาวโพลนของเคน ก่อนจะตบมือเหมือนจะคิดอะไรได้ 

    “อืม...เคยได้ยิน ทำไม...จะให้ไปซื้อมาทาหน้า...กลบหน้าหล่อๆของกูใช่ปะ” 

    “เออ เอาแบบนั้นล่ะ ขาวแบบเดียวไม่เอานะเว้ย ลงสีด้วยนะ คงฮาดีว่ะ ไม่ซิ คงเข้ากับสันดานแกดี” คำพูดของโชติทำให้เคนต้องหันมามองหน้า

    “ขอบใจ...หวังว่าคงจะเวิร์กนะ ...แล้วไอ้จูน แกช่วยเลิกหัวเราะได้ป่ะ นี่ลงทุนเพราะแกนะเว้ย” เคนถอยหายใจก่อนจะหันไปเห็นจูนยังคงหัวเราะปิดปากพยายามจะกลั้นหัวเราะเสียจนหน้าดำหน้าแดง แต่เมื่อเตือนก็แล้วจูนยังส่ายหน้าดูเหมือนว่าจะหยุดหัวเราะไม่ได้จริงๆ ร่างสูงปรี่เข้าไปหาดึงมือของจูนออกแล้วยื่นหน้าเข้าไปเสียชิด 

    “หัวเราะมากๆ เดี๋ยวพ่อจูบจริงให้หัวเราะไม่ออกเลยนี่”

    “................................” ได้ผล จูนเม้มปากสนิทเสียงหัวเราะเงียบลงทันที 

    “...หึ....” เคนหัวเราะออกมาเบาๆ “แบบนี้สิเด็กดี....” ก่อนจะตบหัวอีกฝ่ายๆเบาๆ จูนได้แต่มองรุ่นพี่ร่างสูงตาเขียวปัด แต่ในขณะเดียวกันก็หน้าแดงเป็นลูกตำลึง    

    “เอาล่ะ...พอๆ มาซ้อมกันต่อได้แล้ว” โชติหน้าน้อยๆกับการหยอกล้อของเคนกับจูน หลังๆมานี่มันเป็นแบบนี้มาเสมอจนโชติเองก็อดจะสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าเคนไปติดใจอะไรจูนนักหนาถึงได้แหย่เอาๆในช่วงนี้ 

........................................... to be continued

Comment

Comment:

Tweet