-- 1 -- 

                          ไฟหลักในห้องดับลงแล้ว เหลือเพียงโคมไฟบนโต๊ะที่ยังส่องสว่าง จูนวางดินสอแล้วถอดแว่นอ่านหนังสือลงกับโต๊ะ สองนิ้วกดนวดคลายความเหนื่อยล้าของดวงตาก่อนเหลือบไปมองนาฬิกาเวลาก็ปาไปเกือบ ตี 2 เข้าไปแล้ว เด็กหนุ่มขยับกิ๊บติดผมที่ติดไม่ให้ผมลงมาปรกตาเวลาอ่านหนังสือให้แน่นขึ้นเล็กน้อย พลางกวาดสายตาไปทั่วหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษร ภาษาญี่ปุ่นที่คัดจนเต็มหน้ากระดาษ ความจริงก็ท่องจนขึ้นใจแล้วแค่อยากจะให้มั่นใจอีกรอบเท่านั้น ร่างเพรียวขยับบิดซ้ายขวาคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งอ่านหนังสือเป็นเวลานาน หันซ้ายมองไปเห็นบทหนังสั้นที่วางไว้อีกทางก็หยิบมาอ่านพร้อมคว้าแว่นตามาใส่ 

                                           
   “ ความทรงจำของเราในฤดูร้อน”



                    เรื่องราวความรักของหนุ่มสี่คน ที่มาพบเจอกันกลางฤดูร้อน ...ถึงมันออกจะแปลกที่ไหนๆทั้งกลุ่มก็มีแต่ผู้ชายแต่โชติกลับมีความคิดติสต์แตกสุดบรรเจิดว่ามันน่าจะน่าสนใจมากกว่า ถ้าจะให้ทั้งสองในสี่คนเล่นเป็นบทผู้หญิงในร่างผู้ชาย...ที่ดันท้องได้... กรรมใดที่เคยก่อมาในชาติปางก่อนเลยมาตกทีเขากับโชติที่จับฉลากได้บทแปลกๆนี้ด้วยกันทั้งคู่ ถึงเขาจะไม่ได้รังเกียจอะไรกับการจะต้องแสดง หรือถ้าโชติจะบอกให้เขาพูดจาด้วยภาษาแบบผู้หญิง หรือใส่ชุดผู้หญิงแค่ไหนก็รู้สึกเฉยๆ เพราะเขาก็ชอบวงดนตรีที่แต่งตัวแต่งหน้าอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เลยเห็นเป็นเรื่องปรกติ ...แต่ที่ลำบากใจก็คงจะมีแต่ตัวบทเองที่เขารู้สึกว่าเป็นปัญหา 
                
                 เนื้อเรื่องหลักของหนังสั้นจะเป็นเรื่องราวความรักครั้งแรกของสาวน้อย(ในร่างเด็กหนุ่ม) ที่ไม่เคยมีความรักอย่าง โชติ ที่ได้พบรักกับ ยุทธ์ เด็กหนุ่มหน้าตาดีระหว่างวันหยุดฤดูร้อน ส่วน จูน รับบทเป็น ....จูน.... เพื่อนคนสนิทของโชติ  จูนมีแฟนหนุ่มที่รักๆเลิกๆกันหลายต่อหลายครั้ง คือ เคน ล่าสุดจูนก็เลิกกับเคนอีกรอบ โชติที่เห็นว่าเพื่อนเศร้าใจมากเลยชวนจูนไปเที่ยวทะเล ทั้งสองไปเที่ยวทะเลกัน แต่เกิดอุบัติเหตุโชติจมน้ำ เคราะห์ดีที่ได้ ยุทธ์ เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่ไปเที่ยวแถวนั้นเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน โชติที่ไม่เคยมีความรักมาก่อนเลยได้เริ่มเรื่องราวความรักของตนเองในฤดูร้อนนี้เอง 
    
             ส่วนเนื้อเรื่องของจูนนั้น เมื่อจูนกลับมาและตั้งใจว่าจะเลิกกับเคนให้เด็ดขาดไปเสียทีเพราะเคนมีพฤติกรรมนอกใจอยู่เรื่อยๆ จูนปฏิเสธที่จะพบหรือติดต่อกับเคนอีก จนวันหนึ่งรู้ตัวว่าตัวเองตั้งครรภ์ (ได้อย่างไรก็ยังไม่อาจทราบได้) จูนรู้สึกกังวลเรื่องลูกที่อยู่ในท้องและต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสนของตัวเอง ว่าควรจะยกโทษให้เคนเพื่ออนาคตของตนเองกับลูกไหม หรือจะปล่อยให้เรื่องราวเป็นแบบนี้ต่อไป 
    
            “ไอ้บ้า ไอ้งี่เง่า ไอ้ควาย....แต่ก็รักนะ....” 
    
            เสียงนุ่มอ่านบทเบาๆ พลางยกมือขึ้นเกาหัวแกรก วางบทแล้วถอดแว่นโยนไปบนโต๊ะอ่านหนังสือ เงยหน้าขึ้นมองเพดานเอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้ด้านหลัง พลางแกว่งขาไปมาพอให้เก้าอี้แกว่งซ้ายทีขวาที
     
           “จะไปเข้าใจได้ยังไง....คิดอะไรถึงพูดออกไปแบบนั้น....เจอนอกใจไปกี่ครั้ง เจอทิ้งไปกี่รอบ แถมทำท้องอีก...ทำไมถึงยังบอกรักได้นะ..... ผู้หญิง(?) นี่ก็แปลก” จูนคิดไม่ตกในฐานะที่เป็นนักแสดง...
    
    
           จูนชอบการแสดง ถึงไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนหน้าตาดีมากขนาดจะเป็นนักแสดงมืออาชีพออกทีวีมีผลงานอะไรได้...เขาแอบนึกอยากให้พ่อแม่ตัวเองหน้าตาดีกว่านี้อีกสักนิด เขาได้จมูกโด่งกับปากที่เข้ารูปมาจากพ่อก็จริงจะติดก็ตรงตาเล็กตามสไตล์คนที่มีเชื้อจีน นึกอยากจะตาโตดูดีบ้างต้องอาศัยคอนแทคเลนส์กับแอบเขียนอายไลน์เนอร์บางๆตามสมัยนิยมเข้าช่วยแต่การแสดงก็เป็นสิ่งที่เขาสนใจ และด้วยเหตุนี้ เขาก็อยากจะทำสิ่งที่เขาชอบและสนใจให้ดี อยากจะแสดงออกไปให้ดีและก็อยากจะทำให้โชติกับยุทธ์ที่อุตส่าห์รับเขาเข้ากลุ่มมารู้สึกภูมิใจกับการแสดงของเขาด้วย แต่เรื่องที่น่ากลุ้มใจในคราวนี้ คือเขาไม่สามารถเข้าใจบทได้ว่า คนท้องน่าจะมีความรู้สึกแบบไหนและเขาก็ยังไม่สามารถทำความเข้าใจประโยคกร่นด่าของ”จูน”ได้เช่นกัน 
    
            ถึงเนื้อเรื่องที่อยู่ๆผู้ชายจะท้องจะไส้ขึ้นมานั้นก็พอจะเคยเห็นในหนังฮอลลีวู้ดมาบ้าง เขาก็พอจะไปหามาดูและพยายามทำความเข้าใจได้ แต่ในส่วนของความรู้สึกที่จะเรียกว่าเกลียดก็ไม่ใช่ จะรักหรือก็ยังลังเล ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความรู้สึกที่มีอยู่ดี แต่ก็ทำอย่างอื่นไม่ได้เพราะรักไปแล้วจนหมดใจ...ความรู้สึกแบบที่ตัวละครที่ชื่อ จูน มีนั้น ความรักแบบนั้น... ไม่เคยเกิดขึ้นกับหัวใจของจูนเลยสักครั้ง

 
             “ก็คนมันไม่เคยมีความรักนี่หว่า.... จะให้ไปแสดงว่ารักคนอื่นได้ยังไงกันวะ” 
    
         จูนหลับตาลง นึกถึงพระเอกของตัวเอง เคน รุ่นพี่ที่หน้าตาดีเข้าขั้นจัดได้ว่าหล่อเหลาจนแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังนึกอดชื่นชมใบหน้าได้รูปนั้นไม่ได้ บางครั้งเผลอมองนานเกินก็ถึงเข้าขั้นเขินเสียด้วยซ้ำ ยิ่งโดยปรกติเขาเป็นคนที่ชอบคนหน้าตาดีอยู่แล้ว เพราะอย่างยุทธ์เองก็เป็นอีกคนที่เขาแอบชื่นชม ความชื่นชมที่บางครั้งก็เป็นเพราะอ