###Talk ###
สวัสดีค่ะ p.k.a เอง
ขอบอกว่านี่จะเป็นนิยายบอยเลิฟเรื่องแรกที่เขียนคนเดียว
มันอาจมีส่วนของความเป็นแฟนฟิคอยู่บ้างเนื่องจากแรงบันดาลใจ
มาจากวงดนตรีที่ชอบ
แต่เราก็ยังพยายามคงการใช้จินตนาการของตัวเองเอาไว้

ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้

และ

คำเตือน

นิยายเรือ่งนีั้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boy's Love , Yaoi , ชายรักชาย หากผู้ใดไม่ชอบคำสามคำนี้ และมีอคติ กรุณาถอยกลับออกไปอย่างสงบนะคะ

และหากผู้ใด เข้ามาอ่านแล้วชอบใจ ไม่ชอบใจตรงไหน ฝากคอมเม้นต์ไว้ได้ค่ะ

ขอบคุณค่า

............................................... 


บทนำ
 


   “ ไอ้บ้า...ไอ้งี่เง่า ไอ้ควาย....” 

เสียงตะโกนด่าทอดังลั่นพร้อมกับสองมือที่กระหน่ำตีลงไปบนไหล่กว้าง เสียงสะอื้นไห้ระคนกับเสียงฝ่ามือที่กระทบกับผิวเนื้อตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน พลันสองมือเรียวหยุดลงเปลี่ยนเป็นโอบกอดร่างสูงเข้ามาใกล้ 

    “แต่ก็รักนะ” เสียงนุ่มดังแผ่วเบาที่ข้างหูทำเอาคนฟังหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ มือแกร่งยกขึ้นเก้ๆกังๆจะกอดหรือก็ไม่กอดเสียทีเดียว 




    “คัท.......!!!!!” 


พลันเสียงของ โชติ หนึ่งในสมาชิกชมรมการแสดงก็ดังขึ้นฉุดกระชากนักแสดงที่กำลังอินอยู่ในบทบาทให้สะดุ้งตื่นจากภวังค์ 

    “อีกละ?....พี่โชติ นี่รอบที่สิบแล้วนะ....ผมก็เหนื่อยนะเว้ย” จูนเด็กหนุ่มร่างสูงที่รับบทตัวเอกอีกคนของเรื่องก็โวยวายไม่แพ้กัน เขาผละออกห่างจาก เคน นักแสดงนำอีกคน อย่างไม่สบอารมณ์ที่โดนสั่งคัตซ้ำๆและให้แสดงเหมือนกันซ้ำๆมาสิบรอบ 

    “แกไม่ต้องบ่นเลย จูน แกอ่ะตัวดี ใส่อารมณ์แค่ตอนด่าไอ้เคน ทีไอ้ประโยคหลังแม่งไม่เห็นมีอารมณ์ร่วมวะ แข็งยังกับเอาไม้มาตั้ง ไอ้เคนแม่งแกก็อีกคน จูนมันแข็งทื่อ แกนี่ก็แทนที่จะช่วยมันต่อบท ถ้าลืมบทก็บอกดิ่ มัวแต่ขยับแขนขึ้นๆลงๆนึกบน ทำตัวเป็นหุ่นยนต์อยู่ได้ นี่ถ้าเขาให้ไปเล่นสตาร์วอร์แกคงได้ออสการ์บท R2 D2 พอดี โอ้ย...ความพอดีมีไหมในชีวิตเนี่ย” โชติว่าพลางเดินบ่นไปมาอย่าหงุดหงิด สองมือขยี้หัวของตัวเองจากที่พองฟูเพราะเซ็ทผมเอาไว้อยู่แล้ว ยิ่งดูผมฟูมากขึ้นไปอีก 

    “อ้าว...นี่ฉันเก่งระดับออสก้าร์แกก็จะด่าฉันเหรอ สาด....”เคนหันไปด่าเพื่อนรุ่นน้องอย่างโชติ ถึงเคนจะอายุมากกว่าแต่เพราะเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยรุ่นเดียวกันเลยไม่ได้ถือสาให้เรียก “พี่” หรืออะไรกันสักเท่าไร 

    “พวกแกรีบซ้อมกันได้หรือเปล่า ฉันหิวข้าว...”เสียงดังมาจากอีกทาง ยุทธ์พระเอกของเรื่องกำลังนอนกลิ้งอยู่บนพื้น อ่านหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดที่เพิ่งซื้อมาเมื่อตอนบ่าย ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งทำหน้ามุ่ย ยุทธ์เป็นผู้ชายหน้าสวยใบหน้าเล็ก ตากลมโตถ่ายรูปขึ้นแถมยิ้มสวยทำให้ทุกคนไม่ลังเลตอนเลือกเอายุทธ์มาเล่นเป็นพระเอก ถึงเจ้าตัวจะโอดครวญว่าตัวเองตัวเตี้ยแถมแสดงไม่เก่ง และเหมาะจะอยู่ฝ่ายฉากมากกว่า เพราะมั่นใจในฝีมือและหัวครีเอทของตนเองมากเสียจนลั่นวาจาว่าถ้าเป็นเรื่องสร้างฉาก กับเรื่องกินแล้วยุทธ์ขอสู้ไม่ถอย.

    “เออๆ ...ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็เลิกกองก่อน....พรุ่งนี้มาซ้อมใหม่ เหลืออีก สองเดือนจะส่งหนังสั้นประกวดของมหาวิทยาลัยแล้ว ถ้ายังเล่นกันได้แบบนี้แล้วคนดูจะอินไหม ....จูน แกต้องไปทำความเข้าใจบทใหม่นะ เวลาจะบอกรักมันก็ต้องจริงใจหน่อยซิ่” 

    “บอกรักผู้ชายเนี่ยนะพี่โชติ ไม่สิ บอกรักพี่เคนเนี่ยนะพี่โชติ ...” จูนน้องเล็กที่สุดในกลุ่ม เจ้าของยาวประบ่าที่มาพร้อมสีผมแสบทรวงสีทองข้างซ้ายสีดำอีกครึ่งซีกขวาว่าพลางหันมาทำหน้าเหย 

    “นี่แกไม่ได้อ่านบทใช่ไหมไอ้จูน....บทแกอ่ะ กับบทฉันเนี่ยมันเป็นบทฝ่ายรับ บทประหนึ่งผู้หญิงเว้ย ไม่งั้นในเนื้อเรื่องแกจะท้องได้เรอะ”โชติเกาหัวแกรก เริ่มเหนื่อยใจว่าทำไมเขาต้องเขียนเรื่องแบบนี้ขึ้นมาด้วยทั้งๆที่รู้ก็รู้ว่ากลุ่มของตัวเองเป็นกลุ่มชายล้วนสี่คน ...

    “ก็อ่านครับ แต่พี่โชติ ในบทมันบอกว่า เป็นผู้ชายนี่ แล้วมันจะท้องได้ไงอ่ะ...........” จูนเอียงคอถาม

    “เพราะมันเป็นโลกในจิตนาการเว้ย อีกอย่าง สี่ตัวแม่งมีแต่ตัวผู้นี่หว่า จะให้ทำไงได้วะ” 

    “แล้วทำไมต้องให้ท้องอ่ะ “ จูนยังถามไม่เลิก 

    “ก็แค่อยากสะท้อนสังคมเข้าใจป่ะ ....”

    “แต่มันไม่เมคเซ้นส์นะพี่........” 

    “มันเมคเซ้นส์ของกูเว้ย....เอาเป็นว่าไปอ่านบทซะ แล้วทำไมวันนี้เล่นได้ห่วยขนาดนี้เนี่ย ทีเล่นกับฉันไม่เห็นเป็นอะไร” โชติชักหงุดหงิด กะอีแค่พล็อตผู้ชายท้องได้แค่นี้ทำไมเข้าใจยากนักเขาก็ไม่เข้าใจ 

    “ก็..........” จูนอ้ำอึ้งใบหน้าแดงก่ำ สองมือลูบด้านข้างคอของตัวเองไปมาเบาๆ พลาง เหลือบไปมองหน้าของเคนก่อนจะนิ่งเงียบ “เวลาพี่เคนลืมบท พี่เคนชอบทำหน้าหล่อเกินไป....ผมเขิน” คำพูดของจูนทำเอาคนที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มอย่างเคนสำลักพรวดออกมา 

    “แค่กๆ.....หา?!” เคนหันมามองหน้าน้องเล็กของกลุ่มด้วยความประหลาดใจ ถึงจะรู้ตัวอยู่ว่าตัวเองหน้าตาดี แต่ไม่เคยคิดว่าใบหน้าของเขาจะมีผลกระทบกับคนเพศเดียวกันมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายเป็นรุ่นน้องผู้ชายในชมรมเดียวกันแบบนี้ด้วยแล้ว ยิ่งไม่เคยคิดเข้าไปใหญ่  ร่างสูงหันมองหน้าโชติเลิกลั่ก ก่อนจะชี้หน้าตัวเอง

    “สรุปนี่กูหล่อ กูก็ผิดอีกใช่ไหมเนี่ย...จะให้กูทำยังไงวะ ทำหน้าแบบนี้ตลอดเลยดีไหม...”ไม่พูดเปล่าเคนทำหน้าบูดเบี้ยวแลบลิ้นปลิ้นตาจนหน้าตาคมคายนั้นดูแย่ลงไปถนัดตา 
 
    “เออ ทำให้ได้ทั้งวันก็แล้วกัน” เสียงยุทธ์ดังมาอีกทาง “ถ้าแกหล่อน้อยลง กูจะได้เด่นไง”  ยุทธ์ว่าพลางยิ้มมุมปากหัวเราะเบาๆในลำคอ  

    “สรุปนี่ความจริงแกอยากเป็นพระเอกคนเดียวใช่ป่ะ แต่ทำโอดครวญไปอย่างนั้นเอง” โชติหันไปมองหน้ายุทธ์อย่างระอา เพื่อนเขาที่คบกันมาตั้งแต่ ม.ปลายคนนี้ความจริงแล้วเป็นพวกหลงตัวเองแบบไม่เปิดเผยมาแต่ไหนแต่ไร 

    “ฮ่ะๆ ก็แล้วแต่จะคิดน้า...” ยุทธ์ว่าพลางหัวเราะ เสียงหัวเราะในแบบที่บางครั้งก็ทำเอาอีกสามคนในกลุ่มอดจะหมั่นไส้ไม่ได้ 


    “เออ....ไอ้คนหน้าตาดี” ทั้งสามคนแทบจะประชดออกมาพร้อมๆกัน 


..................................
    

               โชติ ยุทธ์ จูน และเคน ทั้งสี่คนอยู่ชมรมการแสดงของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โชติและยุทธ์เข้าขมรมมาตั้งแต่ปี 1 เหตุก็เพราะรุ่นพี่ที่คณะชักชวนแกมบังคับหลังจากเห็นความกล้าแสดงออกตอนที่ทั้งสองคนจับ