[fic JIสด] COLD & SHIVER~One Night~ch4

posted on 30 Oct 2009 01:32 by pkagoldfish  in fanfic

@@talk@@
เลิศจริงๆค่ะ ขุดฟิคที่ดองไว้ร่วมปี มาแต่งต่อ....ขอโทษคนที่เข้ามาอ่านด้วยนะคะ
คนอ่านอาจจะบอกว่า คนเขียนนี่ช่างเป็นพวกผีเข้าผีออก นึกจะเขียนตอนไหนก็เขียน..
ก็....จริงอ่ะค่ะ ตอนนั้น...อยู่ๆมันก็หายไปจากหัวเฉยๆ ตอนนี้ อยู่ๆ มันก็เข้ามาในหัวเฉยๆเช่นกัน
ถ้ายังไงก็....หวังว่าจะสนุกนะคะ (แม้ว่าเนื้อเรื่องมันยังไม่ไปถึงไหนก็ตามที)

ตอนก่อนหน้านี้ ไปตามอ่านกันได้ค่ะ

http://pkagoldfish.exteen.com/20080202/ji-cold-shiver-one-night
http://pkagoldfish.exteen.com/20080306/ji-cold-shiver-one-night-ch2
 http://pkagoldfish.exteen.com/20080327/ji-cold-shiver-one-night-ch3

 

สายลมฤดูหนาวพัดผ่าน หอบเอาควันบุหรี่สีเทาหม่นลอยไปไกลเมื่อออกมายืนอยู่ที่ริมระเบียง อากาศยามค่ำคืนในช่วงเดือนธันวาแบบนี้ไม่ได้เหมาะกับการออกมารับลมเท่าไรนัก ปลายนิ้วเรียวขาวซีดจากอุณหภูมิที่ลดลงต่ำ ดวงตาสีน้ำตาลเหม่อมองออกไปไกล การกระทำของร่างสูงนั้นแสดงออกชัดเจน ถึงจุดมุ่งหมาย แต่ความดำมืดทอดกายอยู่เบื้องหน้า เสียงทอดถอนลมหายใจดังขึ้นแผ่วเบา ก้นบุหรี่ถูกขยี้ลงกับระเบียงกั้นเย็นเยียบ ปลายนิ้วดีดเศษขยะทิ้ง ก่อนที่สายลมจะพัดหอบให้มันลอยหายไปในความมิด เช่นเดียวกับเกล็ดเล็กๆของหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมา


 
...ทำไมต้องเป็นตอนนี้...


 
หากตะโกนออกไปได้ คงอยากจะทำอย่างนั้น สิ่งที่อีกฝ่ายกับเขาเคยเป็นนั้นยากจะหาคำอธิบาย เพื่อน...คนรัก...การเข้ามาอยู่ในโตเกียวกับการทำงานร่วมกันทำให้ยิ่งใกล้ชิด และ เป็นเสมือนครอบครัว แต่เมื่อ 7 ปีที่แล้ว... ความร้อนแรงของอารมณ์ที่เจมี...กลับเผาทุกสิ่งทุกอย่างจนกลายเป็นจุล มันไม่เหลืออะไรนอกเสียจากความเจ็บปวดที่มีให้แก่กัน ตัวเขาเจ็บ ณ ตอนนั้น...เจ็บมากเหลือเกิน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกแล้ว แม้จะพยายามห้าม ดึง รั้ง เอาไว้เพียงใด ก็ทำไม่ได้เสียแล้ว ...และมันก็จบลงแค่ตรงนั้น ความทรมานทั้งหลายถูกยุติลง พร้อมๆกับความสัมพันธ์ที่เร่าร้อนระหว่าง เจ กับ สุงิโซ อิโนะรันนึกย้อนกลับไป มันเป็นเวลาหลายเดือนเลยทีเดียว หลังจากการปิดม่าน...เจอยู่ที่นั่น อ่อนแอและต้องการที่พึ่งพิง ณ ตอนนั้น แม้จะคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะเดินจากมา แต่เมื่อมาถึงตอนนี้... วันเวลาได้พัดพา ความเข้มแข็งนั้นไปเสียแล้ว ท่าทีของเจ...มันกำลังจะทำให้ใจของเขาสั่นไหว หัวใจที่คิดว่า ได้เฉยชาต่อทุกสิ่งไปแล้ว กลับถูกทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่... ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน สายลมเย็นพัดผ่าน ลมหายใจติดขัดอย่างประหลาด ราวกับว่าลมของฤดูหนาวกับความมืดรอบตัวนั้นกำลังบีบเข้ามา... บีบเค้น...นั่นคือความรู้สึกที่ได้จากดวงตารีเรียวของชายหนุ่มผมยาว 


...หันมาซิ่...รับฟังซิ่.... 


 ข้อเรียกร้องที่แม้ไม่ได้เอ่ย แต่กลับทำให้ รู้สึกเหมือนจะขาดใจ


 
....ทำไมต้องเป็นตอนนี้ จุน...ตอนที่ฉันต้องการจะยืนอยู่บนเวทีนั่นอย่างเข้มแข็ง.... ....ทำไมนายต้องทำแบบนี้....
 
แม้อยากจะถามออกไป แต่กลับไม่แน่ใจว่าตนเองนั้นอยากจะรับฟังคำตอบของอีกฝ่ายหรือไม่ มันเพียงแค่ความสงสัยที่มันอาจจะดีกว่าถ้าเลือกที่จะไม่เอ่ยถามออกไป ดวงตาสีน้ำตาลเหม่อมองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าอีกครั้ง แสงสว่างเบื้องล่างเป็นประกายซ้อนกับเกล็ดสีขาวของหิมะที่ค่อยโปรยตัวลงมา ความหนาวเย็นจับทั่วร่างลึกลงไปถึงหัวใจ  


นายจะรู้ไหม ว่าความร้อนของนาย กำลังทำให้ฉันสั่น....  


 
ทันใดเสียงประตูบานกระจกที่อยู่ด้านหลังก็ดังขึ้น ร่างของมือกีต้าร์หนุ่มสะดุ้งด้วยความจริงดึงเขากลับมาจากความคิดล่องลอยของตัวเอง แต่ความจริงนั้นทำให้เขายิ้ม


อย่าเคาะกระจกซิ่...ทามะ ตลอดเวลาหลายปีมานี้ ทามะที่เคยเป็นเพียงลูกแมวตัวเล็กเติบโตขึ้นมาก จากที่เคยวิ่งเข้าซุกหาที่อบอุ่นข้างกายเขายามเข้านอน ในตอนนี้ร่างกายที่เติบใหญ่ขึ้นทำให้ทามะเรียนรู้ที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเอง ในยามที่อากาศหนาวมาเยือน เสียงเจ้าแมวร้องเรียกดังแว่วจากอีกฟากของบานกระจกใส


ถึงจะอยู่ตัวเดียวได้ แต่ก็เหงาใช่ไหมล่ะริมฝีปากเหยียดยิ้ม พลางเปิดบานประตูกระจก ก้มลงอุ้มทามะที่ตัวใหญ่ขื้นกว่าเมื่อเจ็ดปีก่อนอยู่มากโขเข้ามาไว้ในอ้อมแขน แต่ก็เก่งนะที่อยู่มาได้จนวันนี้....  


................................
 


การซ้อมเพื่อการแสดงคอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสองอาทิตย์ เริ่มขึ้นในช่วงสาย อากาศหนาวเย็นภายนอกแต่เจที่วันนี้มาพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัวกลับดูตรงกันข้ามกับอากาศยามสายของเดือนธันวา


วันนี้ดูจะตื่นเต้นนะครับ ผู้จัดการหนุ่มที่ทำหน้าที่สารถีว่าพลางมองผ่านกระจกมองหลังไปยังคนที่นั่งเท้าค้างท่าทางคุร่นคิดอยู่ที่เบาะหลังของรถเอสยูวีคันโต ช่วงขายาวที่ยกขึ้นไขว่ห้างนั้นสั่นไหวน้อยๆ


 
ตื่นเต้น?...อาจจะใช่ก็ได้ เจหัวเราะออกมาเบาๆ พลางเสยเส้นผมสีดำยาวประบ่าของตัวเองไปด้านหลัง


....คิดว่ามันน่าจะเป็น อาการอยู่ไม่สุขเสียมากกว่า....



 
เจนึกถึงสภาพของตนเองเมื่อคืน แชมเปญที่ดื่มไปได้สองสามแก้วปรกติแล้วคงไม่คณาคอของเขาแต่อย่างใด แต่สภาพของเขาเมื่อกลับมาถึงห้องได้กลับเรียกได้ว่าย่ำแย่ ล้าไปทั้งตัว ปวดเข้าไปในใจ  แม้พยายามรวบรวมความกล้า หาเวลาส่วนตัวให้เขากับมือกีต้าร์ผมสีน้ำตาลคนนั้น แต่สิ่งที่อยากจะทำ คำพูดที่อยากจะเอ่ย ความนึกคิดที่อยากจะส่งออกไปต้องชะงักงันด้วยท่าทางที่ดูเฉยชาของอิโนะรัน แม้จะมีรอยยิ้มให้กัน แต่เขารู้ได้ดีว่าระหว่างพวกเขานั้น มีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางอยู่ เขาเห็นได้ในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น มันคือ ความคลางแคลงใจ อิโนะรันมองกลับมาพร้อมแววตาสงสัย ว่า เขาต้องการอะไรกันแน่  


....ฉันผิดเองซิ่นะ เพราะฉันเองตั้งแต่ตอนนั้น...ที่ทำลายความไว้ใจที่นายมีให้มาโดยตลอด....

....มันไม่แปลกหรอกที่นายจะมองแบบนั้น....แต่....ในใจนี้ก็เจ็บปวดเหลือเกิน....




เฮ้อ...อยากกินเหล้าชะมัด.... 


จะให้จองร้านไว้คืนนี้ไหมล่ะครับ  พอได้ยินศิลปินที่ตนเองดูแลอยู่พูดขึ้นมาดังนั้นผู้จัดการส่วนตัวก็เอ่ยถามขึ้ยมาทันที ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปยังที่จอดรถของสตูดิโอที่จะใช้ทำการซ้อม


นายนี่เอาจริงเอาจังเกินไปรึเปล่า เจหัวเราะออกมาพลางตบลงที่ด้านหลังเบาะคนขับ คนเขาแค่พูดลอยๆน่ะ ไม่ได้มีความหมายอะไรหรอก...ประชดชีวิตไปอย่างนั้นเอง  ท้ายเสียงนั้นเจได้แต่พูดกับตัวเอง เขาขยับตัวเล็กน้อย เตรียมจะลงจากรถเมื่อรถเข้าจอดตรงหน้าประตูทางเข้า


ถ้ายังไงของใช้ส่วนตัวคุณผมจะตามเอาขึ้นไปให้หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้วนะครับ... ผู้จัดการส่วนตัวของเจหันมาบอก  เจพยักหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะก้าวลงจากรถ เมื่อปิดประตูรถเสร็จหมายจะเดินหนีอากาศหนาวเย็นเข้าไปด้านในก็ต้องหยุดเมื่อเห็นรถแวนสีขาวแล่นเข้ามาจอดท้ายรถของเขา


 
ขอบใจนะ.....เอ้อ...เห็นไอพอดผมไหม...อ้อ....เดี๋ยวเอาขึ้นไปให้ด้วยนะ เสียงคนที่เดินลงมาจากรถหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถอยออกมา 


โย่......  เจเอ่ยทักเมื่อชายหนุ่มผมสีน้ำตาลหันมา ดูเหมือนว่าใบหน้าเปื้อนยิ้มจะหายไปราวกับว่าสายลมเย็นที่พัดผ่านมาได้ทำให้มันเลือนหายไป ดวงตารีเรียวอ่อนแสงลงเล็กน้อย


....โย่....อิโนะรันยกมือทักทาย ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก เบือนสายตาไปอีกทาง ก่อนจะหันกลับมา  เพิ่งมาใช่ไหม...เข้าไปด้านในกันเถอะ  รอยยิ้มจางๆกลับมาอีกครั้ง ชายหนุ่มที่ดูผอมบางกว่าเมื่อหลายปีก่อนก้าวเข้าไปด้านใน เจเองก็ไม่รอช้าที่จะเดินตาม ทั้งสองคนก้าวขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกัน



เสียงสายเคเบิลที่ค่อยๆถูกดึงเพื่อให้ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปดังแว่วๆให้ได้ยินจากในตัวลิฟต์ที่มีแต่ความเงียบ มือเบสร่างสูงหายใจดังขึ้นมาทำให้อิโนะรันต้องหันไปมองอย่างช่วยไม่ได้ ข้างแก้มที่เห็นแนวเคราชัดเจนั้นมีเหงื่อเม็ดเป้งเกาะอยู่อย่างเห็นได้ชัด และดูเหมืออีกฝ่ายจะรู้ตัวเพราะสายตาของทั้งสองคนประสานกันท่ามกลางความเงียบนั้น



ร้อนเหรอ...



อืม...นิดหน่อยน่ะ... เจว่าพลางดึงผ้าพันคอสีเข้มที่พันรอบคออยู่ออก


รักษาสุขภาพด้วยก็แล้วกัน.............อีกสองอาทิตย์ก็จะมีไลฟ์แล้ว  อิโนะรันเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะเดินออกมาเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก แต่เจกลับรีบก้าวเข้าไปคว้าข้อมือบางนั้นเอาไว้ ชายหนุ่มหันกลับไปมองด้วยความตกใจ


มีอะไร... ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา รู้สึกได้ว่าท่ามกลางอากาศร้อนรอบกายที่ปล่อยลงมาตามช่องลมของเครื่องทำความร้อนนั้นกำลังทำให้ผิวของเขาสั่น


นายเอง ก็เหมือนกัน...รักษาสุขภาพด้วย จะผอมไปถึงไหน แบบนี้มันจะดูสุขภาพแย่มากกว่าเสียอีกนะ... ดวงตารีเรียวสบตาอีกฝ่ายนิ่ง ดูแลตัวเองด้วย เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยติดห้วนเล็กๆ ก่อนจะปล่อยมือ ออกจากแขนของอิโนะรัน อีกฝ่ายมองหน้าของเจด้วยสายตาเดิมที่เห็นมาตั้งแต่เมื่อคืน ไปซ้อมกันดีกว่า...ไม่รู้ริวมาถึงหรือยัง.... เจยกมือขึ้นหมายจะดันไหล่ของอีกฝ่ายให้เดินตามมาแต่ก็ต้องลดมือลงเหมือนเดิม ไปกันได้แล้วร่างสูงว่าพลางเดินนำไปยังห้องซ้อม  


ดวงตาสีน้ำตาลของอิโนะรันมองตามไหล่กว้างที่ยังคงเหมาะกับเสื้อแจ๊คเก็ตหนังของชายหนุ่มผมดำที่เดินจากไป มีหลายอย่างในตัวของเจที่ยังคงเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อน ชายหนุ่มก้มลงมองตัวเอง และก็มีหลายอย่างในตัวเขาที่ต่างไปจากเมื่อเจ็ดปีก่อนเช่นกัน


 
...บอกซิ่...ว่านายไม่เป็นไร...



…………………
 


 
เดี๋ยวๆ.....

เสียงชินยะร้องขึ้นพร้อมกับกลองที่หยุดลง มือกลองร่างอวบหันไปหาเจที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไปนัก

จะรีบเล่นรีบซ้อมไปไหนเจ....เตลิดไปไกลแล้ว จำจังหวะไม่ได้ก็บอกดิ่ ปรับให้เท่ากันก่อน....ชินยะพูดเชิงต่อว่าแต่ปากกลับยิ้ม เพราะก่อนหน้านี้มันเป็นตัวเขาเองนี่ล่ะที่ตีเร็วเกินไป แล้วเจก็หันมาว่าเขาเช่นกัน...แต่ดูเหมือนว่ารอบนี้ สายตาของมือเบสที่มองกลับมาจะไม่ได้คิดจะล้อเล่นหรือโกรธเคืองอะไร อันที่จริง เจดูจะไม่ได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำไปว่าทำไมเพลงถึงต้องหยุดลง



 
เออ...โทษทีนะ พอดี... เจหันมาหาชินยะก่อนจะหยุดพูด เขารู้สึกได้ถึงสายตาของคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของเขา ฉันผิดเองว่ะ...ใจลอยไปหน่อย... มือใหญ่ยกขึ้นเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าขึ้นเล็กน้อย


 
จะพักก่อนไหมล่ะ ห้าเพลงรวด กับความทรงจำลางๆเลือนๆของพวกเราเนี่ย ริวอิจิว่าพลางหัวเราะ ก่อนจะหันไปมองสต๊าฟฟที่นั่งคอยจัดการเรื่องเครื่องเสียงในห้องซ้อมให้ ทุกๆคนก็จะได้พักกันด้วย.... แก่แล้วเหนื่อยง่าย...



แก่เลยเหนื่อยง่าย หรือ เร่งปั๊มบุตรจนเหนื่อยง่ายไม่ทราบครับบบบ.... เสียงสุงิโซเอ่ยแซวขึ้นมาเสียงดังลั่น เล่นเอาหัวเราะเฮดังกันไปทั้งสตูดิโอ ถึงกลับมาคบกันอยู่อีกพักใหญ่ แต่สุดท้ายแล้วทั้งสองคนก็เลือกทางของตนเองอยู่ดี ริวอิจิแต่งงานกับหญิงสาวที่เหมาะสมกับเขา แม้อายุจะห่างกันไปบ้างแต่ทั้งคู่ก็ดูจะเข้าอกเข้าใจกันดี มือกีต้าร์ลีดอย่างสุงิโซเองก็มีความสุขไปด้วย...สำหรับเขาแล้วพอใจกับการที่ได้เห็นริวอิจิมีความสุขเช่นนั้น และรอยยิ้มของอดีตคนรักที่มีภรรยาสาวอยู่เคียงข้างนั้น มันก็ทำให้เขารู้ว่าบางครั้งการที่ได้รักโดยที่ไม่มีสัมพันธ์ทางกาย รักในสิ่งที่อีกฝ่ายเลือก มันก็ให้ความสุขทางใจกับเขาได้ไม่น้อยไปกว่ากันเลย 

  

 พอเลยสุงิจัง...ไปพักเลยไป.... ริวอิจิหัวเราะพลางหันมาโบกมือไล่


โอ้ ไล่จริงจัง...สงสัยจะจริง ยังไม่วายที่สุงิโซจะล้อเล่นกับริวอิจิต่อให้ใครๆได้หัวเราะกัน แต่แล้วก็ต้องหยุดเมื่อหันไปเห็นชายหนุ่มผมดำที่ดูเหมือนจะยืนเก้ๆกังๆลังเลที่จะทำอะไรบางอย่าง เจ...จะทำอะไรก็ทำซิ่...เบสน่ะ จะวางหรือจะยังไง...สายไฟพันขารึไง ใครก็ได้ไปช่วยเขาหน่อยเถอะ...สุงิโซขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ท่าทางของเจนั้นดูได้ไม่ยาก ริมฝีปากเหยียดยิ้มเมื่อคิดอะไรออก อิโนะรัน ช่วยมันหน่อยซิ่... 

  อืม.... อิโนะรันพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ แต่ร่างสูงกลับถอยห่างเหมือนตกใจ  ทำเอามือกีต้าร์ผมสีน้ำตาลต้องอุทานออกมาเบาๆเช่นกัน ดวงตาสีน้ำตาลสบดวงตารีเรียวที่มองมาด้วยความตกใจของเจ ในแววตาของร่างสูงนั้นสะท้อนภาพของเขาที่กำลังสั่นไหว ขอโทษ...แต่ถ้าไม่อยากให้ช่วยก็ช่วยถอยไปหน่อย ... ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเอ่ยเสียงเรียบ พลางยกท่อนแขนขึ้นดันไหล่ของมือเบสร่างสูงให้ขยับถอยออกไป เพราะเจก้าวถอยไปเหยียบสายกีต้าร์ของเขาอยู่พอดี ตั้งใจหน่อยนะ เจ อิโนะรันพูดเสียงดังพอให้ได้ยินกันระหว่างพวกเขาสองคน ก่อนจะก้มลงหยิบสายกีต้าร์นั้นขึ้นมา อีกครั้งที่ดวงตาของพวกเขาทั้งสองคนประสานกัน   



....ไม่อย่างนั้นที่ทำมานี่...ก็จะเสียเปล่า...


อีกครั้งที่น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรมากนัก แต่อิโนะรันคงไม่รู้หรอกว่า ท่าทางที่เหมือนจะกันเขาออกไปด้วยกำแพงที่สร้างขึ้นมานั้นมันทำให้เขาเจ็บปลาบในใจเพียงใด เขาต้องกลืนน้ำลายด้วยหวังว่ามัจะช่วยดันให้อะไรก็ตามที่มันจุกอยู่ที่กลางอกนี้ไหลตามลงไปด้วย
 

 

ฉันเข้าใจดี......ขอ...... แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรต่อ คู่สนทนาก็หันหลังให้เขาไปเสียแล้ว  

 

 .....ถ้านายเปิดโอกาสให้ฉันอีกซักนิด.....
.....ก็คงจะดี.....

to be con...

edit @ 30 Oct 2009 04:04:26 by p.k.a

edit @ 30 Oct 2009 04:06:17 by p.k.a

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มันยังไม่ไปไหนจริง ๆ ด้วย
แต่คนอ่านน่ะ...ไปไกลแล้วครับ ฮ่า ๆ ๆ

#1 By HAKURO on 2009-10-30 18:18