(X and LS fic) A Night in Summer

posted on 02 May 2009 04:22 by pkagoldfish  in fanfic

@@@talk@@@@
กรณีรีโพสฟิคตามใจฉัน เคยแต่งไว้เมื่อนานมาก
อยากแต่งให้ฮิเดะ แต่ จะเอาป่ามาเล่นเดี๋ยวๆก็ไม่กล้า เลยเล่นมกนี้ก็แล้วกันนะป๋านะ เอิ้กๆ

....................................................................

 

 

 

A NIGHT IN SUMMER

“อยู่ไหนแล้ว...... ”

 

 เสียงหนึ่งถามขึ้นทั้งๆที่ยังหอบหายใจเหนื่อย พลางหันกลับไปถามพรรคพวกที่วิ่งตามมาไม่ห่าง ดวงตาสี่ถึงห้าคู่สอดส่องเหลียวซ้ายแลขวา มองหาเป้าหมายของตนเองที่ดูเหมือนจะหายไปในฝูงชนและความมืดของถนนที่สองข้างทางนั้นคือแหล่งบันเทิงเพื่อความหฤหรรษ์ในยามค่ำคืน

 

“ทางนั้นรึเปล่า...ไปดูกันเถอะ!!” เสียงคนหนึ่งในกลุ่มเสนอก่อนจะออกตัววิ่งไปเมื่อเห็นหลังไวๆ ของใครบางคนที่คิดว่าจะใช่คนที่ตามหาอยู่...

 

เสียงฝีเท้าที่ดังไกลออกไปเรื่อยๆ ทำให้คนที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของตรอกเล็กๆต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะก้าวเท้าออกมาสู่แสงสีของถนนเบื้องหน้า มือเรียวยกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่เกาะพราวอยู่บนหน้าผาก อากาศภายนอกนั้นดูเหมือนว่าจะร้อนยิ่งขึ้นไปอีกเมื่ออยู่ๆ ก็ต้องมาวิ่งออกกำลังกายเพื่อหาที่ซ่อนตัว ดวงตาภายใต้ปีกหมวกเหลียวมองซ้ายขวา เพื่อสำรวจให้แน่ใจว่าไม่มีใครวิ่งตามมาอีก จึงเริ่มออกเดินต่อไป

 

...นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้วิ่งแบบนี้...

 

ชายหนุ่มคิดพลางหยิบบุหรี่จากกระเป๋าหลังขึ้นมาจุด...ควันสีขาวลอยขึ้นไปปะปนกับอากาศก่อนที่จะถูกลมของฤดูร้อนพัดพาให้หายไป แสงไฟจากสองข้างทางประกอบกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้หวนรำลึกถึงเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันที่เคยเกิดขึ้น หากแต่ครั้งนั้นเขาไม่ได้มาคนเดียว...

 


..........................................

 


คืนนั้นเป็นคืนที่อากาศร้อนอบอ้าว ไม่ได้ต่างไปจากคืนนี้ เขากับรุ่นพี่...ตัดสินใจว่าจะแยกกันมาที่ร้านประจำที่มักจะมาด้วยกันหลังจบจากคอนเสิร์ต โดยที่เพื่อนอีกสามคนขอล่วงหน้าไปก่อนโดยรถแท็กซี่ ในขณะที่พวกเขานั้นวิ่งมา โดยที่มีแฟนเพลงกลุ่มใหญ่วิ่งตามหลังมาไม่ห่าง

 

ผลสุดท้ายคือ พวกเขาคือสองคนแรกที่มาถึงที่ร้านก่อน

 

“นายจะไปว่าเขาก็ไม่ได้นะ... ” เสียงหนึ่งดังขึ้นในห้วงของความคิด ถึงแม้ว่าจะเป็นการพูดพร้อมกับเสียงหัวเราะ หากแต่ผู้พูดก็ยังคงแฝงความจริงจังเอาไว้ในเนื้อหา

 

“เด็กพวกนั้น ก็แค่ต้องการจะแสดงออกถึงความรู้สึกที่พวกเขามีต่อเราก็เท่านั้นเอง”

 

“...ผมรู้ครับพี่...” เขาตอบไปแบบนั้น ยังจำได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่มองมา

 

“...แต่บางครั้งมันก็อยากจะมีชีวิตส่วนตัวบ้าง ...ผมรู้ว่าเด็กพวกนั้น...แฟนเพลงพวกนั้น รู้สึกยังไง...พลังที่พวกนั้นถ่ายทอดออกมามันมีผลมากเหลือเกินในการทำงาน...เป็นตัวกระตุ้น...แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...ให้ผมต้องมาวิ่งๆแบบนี้มันก็เหนื่อยเหมือนกัน... ”คู่สนทนาของเขาเผยรอยยิ้ม ก่อนจะยกมือเรียวขึ้นขยี้ผมของเขาเล่นแล้วออกแรงผลักเสียจนเขาตัวเอียง

 

“นายเนี่ยล่ะน้า~! เห็นเรื่องงานเรื่องการก็เอาการเอางานดีอยู่หรอก ทำไมเรื่องอื่นๆถึงเฉื่อยนักนะ ”รุ่นพี่ของเขาส่ายหน้าเบาๆ ก่อนที่จะยกแก้ว เบียร์เย็นๆที่เขารินเติมให้ไปเมื่อครู่ขึ้นดื่ม

“ก็ผมเป็นแบบนี้นี่ครับ...จะให้ทำยังไงได้ ”

“มิน่าล่ะ... ” คนที่นั่งข้างๆเขาพูดขึ้น พลางหันมามองหน้าแล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มเข้าไปอีกอึกใหญ่

“มิน่าล่ะ...อะไรล่ะครับพี่....หันมามองแล้วหัวเราะแบบนั้นน่ะ ผมตลกนักรึไง” ชายหนุ่มผมสีดำยาวในตอนนั้น แทบจะหันไปบีบคอรุ่นพี่ มือเจออีกฝ่ายทำท่ามีลับลมคมใน

“เปล่า” ผู้อาวุโสมากกว่ายักไหล่ “ก็แค่คิดว่าเพราะไอ้ที่เป็นแบบนี้รึเปล่า เลยไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรน่ะ”

“รู้เรื่อง? ”นั่นทำเอาชายหนุ่มต้องเอียงคอมองอย่างช่วยไม่ได้

“ก็เรื่องไง.... กะแล้วไม่รู้จริงๆด้วยซิ่นะ”

 

....เสียงหัวเราะตอนนั้น...ท่าทางจะสะใจจริงๆนะ.....

 

เขาพยายามถามรุ่นพี่ซ้ำ แต่ก็ไม่เป็นผล ดูเหมือนอีกฝ่ายจะชอบใจเสียด้วยซ้ำว่ากำลังแกล้งเขาได้

 

“ท่าทางจะสนุกมากเลยนะครับ แกล้งให้ผมงงเล่นเนี่ย” ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้องยอมแพ้เมื่อชายหนุ่มอีกคนไม่ยอมคาย “เรื่อง” ที่เขาอยากรู้ออกมา

 

“อ้อ...แน่นอน” คนที่นั่งข้างๆยกเสียงสูง “แต่สนุกน้อยกว่า แกล้งเจ้านั่นนิดหน่อย ”ดวงตาของรุ่นพี่ดูเหมือนจะเป็นประกายทั้งจากแอลกอฮอล์และความสนุกเมื่อนึกถึงบุคคลที่สาม

 


“อืม...ถ้าอย่างนั้นผมในคืนนี้ถือว่าโชคดีแล้ว?” เขาถามอีกฝ่าย นึกโล่งใจว่ากรณีของตัวเองยังไม่สาหัสเท่ากรณีของเพื่อนอีกคนนึง เพราะรายนั้นนอกจากจะสนิทกับรุ่นพี่คนนี้มากๆแล้วก็ยังเป็นเหมือนกับของเล่นชิ้นโปรดที่สุดอีกชิ้นหนึ่งอีกด้วย

 

“โชคดีแล้ว?...คิดแบบนั้นเหรอ” อีกฝ่ายปรายตามอง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่นิ้วเรียวจะยกขึ้นสั่ง พนักงาน ให้เอาเบียร์มาอีกเหยือกใหญ่

 

“จะให้ผมเมาหลับอยู่ตรงนี้รึไงครับเนี่ย”  เมื่อนึกถึงตอนนั้นแล้วชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เมื่อคำตอบของอีกฝ่ายก็คือ...

 

“เมาก็หลับมันตรงนี้ล่ะ...แล้วนายจะได้รู้เรื่องที่อยากจะรู้เอง” รุ่นพี่ของเขาตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะรินเบียร์ใส่แก้วให้เป็นแกมบังคับ ทำให้เขาไม่มีทางอื่นนอกจากจะชนแก้วแล้วกินให้หมด

 

“ผมจะฟ้องหมอนั่นว่าพี่แกล้งผม...”ชายหนุ่มมองหน้าของอีกฝ่าย เมื่อวางแก้วลงบนโต๊ะ ท่าทางที่อีกฝ่ายยักไหล่ขึ้นในตอนนั้นมันน่าหมั่นไส้ แต่เขาก็ไม่สามารถจะไปลงไม้ลงมือ เหมือนอย่างที่อีกฝ่ายแหย่ตัวเองได้

 

“ฟ้องก็ฟ้องไปซิ่...คิดว่าหมอนั่นจะทำอะไรฉันได้รึไง...คนนี้ล่ะใหญ่สุดแล้ว” แผ่นอกที่ยืดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจนั้นทำให้เข้าองหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

 

....สุดยอดจริงๆ ผู้ชายคนนี้...

 

 

“นี่!! กล้าหัวเราะเยาะฉันเรอะ เจ้าตัวดี !!” มือของผู้ อาวุโสตบเข้าที่บ่าดังปึก

 

“เปล่าครับพี่....ฮ่ะๆ....เปล่าเลย” และถือว่าเป็นโชคดี ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้สรรหาเครื่องดื่มอย่างอื่นมาแกล้งเขาต่อ เพื่อนๆทั้งสามก็ปรากฏตัวขึ้น ด้วยท่าทางงงๆว่า ทำไม “คนที่วิ่งมา” ถึงมาถึงที่ร้านก่อนพวกที่ขึ้นรถมา

 

“ช้าชะมัดยาดเลยพวกนายนี่!!” รุ่นพี่ของเขาเริ่มโวยวาย ก่อนจะเรียกเพื่อนๆของเขาทั้งสามคนให้มานั่งที่โต๊ะ

 

 

...พอดีหลงทางน่ะครับ...ชายหนุ่มผมแดงหนึ่งในสามคนนั้นยิ้มแหยๆ ก่อนจะเล่าให้ฟังว่ามาถึงร้านได้ยังไง

 

 

“ใช้ไม่ได้ๆ ” นิ้วเรียวนั่นส่ายไปมา ก่อนจะหันไปหาพนักงานอีกครั้ง “ขอเบียร์มาทำโทษ สี่เหยือก” คำพูดนั้นของรุ่นพี่ทำให้คนที่มาถึงก่อนอย่างเขาต้องหันไปมอง

 

“สี่เหรอครับพี่?”

 

“แล้วนายคิดว่านายจะพ้นรึไง ” รอยยิ้มนั่นทำให้เขาต้องยอมอย่างช่วยไม่ได้

 

................................

 


บุหรี่ที่หมดลงทำให้เขาต้องหยุด ก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้ และในตอนนั้นเองที่ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมองสิ่งแวดล้อมรอบข้าง สถานที่ที่คุ้นเคยนั่นทำให้เขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

 

 

...นี่เดินมาถึงนี่เลยรึไง...

 

 

พื้นกระเบื้องที่ปูอยู่บนทางเท้ากับรั้วเหล็กที่ตั้งอยู่ตรงหน้าร้านนี้ เป็นเอกลักษณ์มากเสียจนไม่มีทางที่จะลืม ...แสงสีส้มอ่อนๆจากโคมไฟที่ตั้งอยู่หน้าร้าน...เสียงเพลงที่ดังออกมาจากด้านในบานประตูไม้ประดับบานกระจกสีนั่นดูเชื้อเชิญให้เขาก้าวขาเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าร้าน ความทรงจำย้อนกลับไปถึงตอนที่เขากลับออกมา จากร้านพร้อมๆกับเพื่อนร่างสูงในสภาพที่เมาได้ที่....

 

“เฮ้ย! J มีเรื่องอะไรอยากจะพูดกับเพื่อนก็พูดซะนะ” เสียงของรุ่นพี่ของเขาฟังดูก้องพิกลในความคิดของเขาในตอนนั้น เขาไม่รู้ว่าเจ้าของชื่อที่เขา อาศัยเกาะที่ทรงตัวนั้นตอบรับไปว่าอย่างไรกับคำพูดนั้นของรุ่นพี่...

 

“แต่ตอนนี้ผมรู้เรื่องหมดแล้วนะครับพี่...”ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะผลักประตูร้าน

 

“....อิโนะ....”

 

ชั่วพริบตานั้น ที่รั้วเหล็กหน้าร้านนั่น เหมือนกับเงาร่างของชายหนุ่มผมสีแดงคนนั้น นั่งอยู่บนรั้ว เจ้าของชื่อหันไปมองความว่างเปล่าที่รั้วนั้นก่อนที่จะยิ้ม

 

“พี่ฮิเดะฮะ....ผมอยากกินเหล้ากับพี่อีกจัง” ว่าพลางชายหนุ่มร่างบางก็ผลักบานประตูร้านก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน

-fin-

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เดาถูกแฮะ ตแนแรกนึกว่าพี่เจ แต่เห็นใช้คำว่า "มือเรียว" ก็เลยน่าจตะเป็น อิโนะมากว่า

ไม่เคยอ่านเรื่องนี้ค่ะ

4 เหยือกที่ว่านี่คือ พวกลูน่าที่เหลือใช่ไหมคะ sad smile

#1 By hobbyburn on 2009-05-03 08:54

ฮือ...ชอบเสียจนเม้นต์ไม่ออก

อ่านแล้วยิ้มแต่เหมือนตาจะร้อนผ่าว ๆ
ไม่ได้เศร้านะครับ...แต่รู้สึก "คิดถึง" จริง ๆ

#2 By HAKURO on 2009-05-04 00:44