(แปล) Utada Hikaru : This One (Crying like a Child)

posted on 22 Apr 2009 11:11 by pkagoldfish in Translation

ใครฟังเพลงในอัลบั้มใหม่(ภาษาอังกฤษ)ของ อุทาดะ "ฮิกกี้" ฮิคารุ หรือยังคะ
มีหลายคนบอกว่า "ไม่เหมือนอุทาดะเลย" "ตามใจตลาดเกินไปหรือเปล่า " บลาๆ
แต่ส่วนตัวแล้วชอบนะคะ ... ทำไมน่ะเหรอ...จะว่าตามใจตลาดก็ไม่เชิง
อุทาดะเขาก็อยู่อเมริกา เป็นส่วนใหญ่นะ เกิดที่นั่นด้วยซ้ำ งานก็เหมือนกับ..."กลับบ้าน" อะไรแบบนั้นมั้ง

และก็เคยได้ยินคนพูดว่า อัลบั้มเพลงญี่ปุ่น ที่ปล่อยมาก่อนหน้านนี้ อุทาดะ ไม่มีท่าทางจะเสียใจจะดาวน์ กับ เรื่องที่หย่ากะคุณสามีเลย ....ฮ่ะๆ เราว่า เธอกั๊กเอาไว้มากกว่า เพราะ...ถ้าลองฟังเพลง ในอัลบั้ม This is the one จะเห็นว่า อุทาดะ ค่อนข้างเฮิร์ทเลย ไม่ว่าอะไรก้เถอะ นอกจากเฮิร์ทแล้วยัง...
WASTE ไปเสียเยอะ...ไม่รู้ซิ เนื้อหา มีแต่ คร่ำครวญ กับ เที่ยวกลางคืน และ ลงขวดเหล้า อ่ะค่ะ 

สมมติฐานจากเนื้อเพลงอ่ะนะคะ .... มันอาจจะเป็นอะไรที่เขาเห็นอยู่ช่วงนั้นเลยเอามาเขียนก็ได้ แต่โดยรวมแล้ว บรรยากาศ ก็ดู อเมริกันดี เพราะ ถ้าเป็นตลาดอเมริกา คงร้องเพลงแบบ "โบะคุวะ คุมะ" (ฉันเป็นหมี) ขายไม่ได้แหงม 

เอาเถอะ วันนี้ เลยขอแปลเสียหนึ่งเพลง
ชอบอ่ะค่ะ เหมาะจะเอามาประกอบนิยายเสียนี่กระไร ฮ่ะๆ 
ถ้าแปลผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วย แต่เราตีความออกมาประมาณนี้อ่ะค่ะ

 

.......................................................

 

ถึงผู้ที่เข้ามาอ่าน.....

การนำคำแปลของคนอื่น ไปแปะโดยไม่ขออนุญาต
และไม่ให้เครดิต ถือเป็นการกระทำที่ไร้มารยาท
และ ถือเป็นการขโมยอย่างหนึ่งนะคะ 






 This One (Crying Like A Child)
UTADA HIKARU

How can I put this, aye aye aye
ฉันจะทำใจได้ยังไง

I'm an independent woman, aye
ฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้พึ่งพาใคร

I've been crying like a child
แต่ฉันก็ยังร้องออกมาเหมือนเด็กเล็กๆ

I just wanted you to know the person that I am
แค่อยากให้คุณรู้ตัวตนที่แท้จริงของฉัน

More than any other of your fans
มากกว่าแฟนๆคนอื่นของคุณอีกนะ

I will love you for a thousand years
ฉันจะรักคุณต่อไปอีกนานเท่านาน

Yours truly
ด้วยรัก



I ain't gonna play it cool
ฉันจะไม่มัวมาวางมาดนิ่งหรอกนะ

Let me tell you, I've tried that already
จะบอกอะไรให้ ว่าฉันเหนื่อยกับการทำแบบนั้นแล้วล่ะ

Every day and every night
ทุกวัน ทุกคืน

(whoever)
Your words ring through me
ถ้อยคำของคุณยังดังสะท้อนอยู่ในใจ

Who am I trying to fool
นี่ฉันกำลังพยายามจะหลอกใครอยู่กันแน่

Honey, I've been living on my own, like Freddie
ที่รัก ฉันอยู่คนเดียวมาโดยตลอด เหมือนเฟรดดี้

(take away)

But I'm still a woman
แต่ฉันก็ยังเป็นผู้หญิงคนหนึ่งนะ

Baby tell me how
ที่รัก บอกฉันหน่อยเถอะ


(my translation)



* How could I ever love another
ว่าฉันจะไปรักใครอื่นได้อย่างไร

How could you say you don't remember?
แล้วคุณพูดออกมาได้อย่างไรว่าจำไม่ได้?

God knows I'd give anything
พระเจ้าเองก็รู้ดีว่าฉันยินดีจะมอบทุกอย่าง

For just one more night together
เพียงเพื่อให้ได้อีกหนึ่งคืนของสองเรา

Today I miss you more than ever
และวันนี้ ฉันคิดถึงคุณมากกว่าที่เคยเป็น

How could you say you don't remember?
แล้วคุณพูดออกมาได้อย่างไรว่าจำไม่ได้?

(is rotten in hell)


This one's for the happiness
ฉันคนนี้ล่ะคือความสุขทั้งหมดล่ะ


I'll be wishing you forever
ฉันจะปรารถนาถึงแต่คุณตลอดไป


It's just another Friday night
และนี่ก็เป็นแค่คืนวันศุกร์อีกคืน

For you and your accessories
สำหรับคุณและเครื่องประดับ

“Lights” – and there you are before my eyes
พริ้งพราว และนั่น คุณยืนอยู่ที่นั่นตรงหน้าฉัน

Two hours and for fifteen minutes you are here
ในชั่วเวลา สองชั่วโมงและสิบห้านาที ที่คุณยืนอยู่ตรงนั้น

I don't wanna scream lest I should tear
ฉันไม่อยากจะกรีดร้องออกมา แต่อย่างน้อยน้ำตาคงจะรินไหล

A whisper in the darkness disappears
เสียงกระซิบในความมืดเงียบหาย

Sincerely
ด้วยรัก


(whoever take away)


We should get back on the road
เราควรจะออกเดินทางกันนะ

Like Simon and Garfunkel Let's get married
เหมือนไซมอนและกาฟุนเคล แต่งงานกันเถอะ

You are all the shelter that I need above me
คุณคือที่พักพิง ที่ฉันปรารถนาจะมี

Who am I trying to fool
แล้วนี่ฉันพยายามจะหลอกใครอยู่

Honey, I got your ringtone on my BlackBerry
ที่รัก โทรศัพท์ของฉันยังมีเสียงริงโทนของคุณเลยนะ

And I won't give a dang
และฉันก็ไม่สนอะไรหรอกนะ

(my translation)

If only I knew how
เพียงแค่ฉันรู้เท่านั้นว่าควรจะทำอย่างไร


* repeat


You got me crying like a child
คุณทำฉันร้องไห้เหมือนเด็กเล็กๆ

Ain't no need for me to lie
ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาโกหกอะไรกันเลย

A hundred jpeg files
ไฟล์ JPEG เป็นร้อย

Filling up my hard drive
อยู่เต็มฮาร์ดไดรฟ์ของฉัน

You got me crying like a child
คุณทำฉันร้องไห้เหมือนเด็กเล็กๆ

And the crowd is going wild
และผู้คนยิ่งสนุกกันเข้าไปใหญ่

This one; this is the one
คนนี้ล่ะ ใช่คนนี้เลยล่ะ

Come on and give it up'
มาซิ่ ลองดูหน่อยจะเป็นไร

* repeat
* repeat

(is rotten in hell)

 

.........................

คิดว่าทุกคนเคยมีอารมณ์ประมาณว่า เห็น นักร้องดาราแล้ว หันไปบอก เพื่อนฝูง
(ส่วนตัวแล้วบอกแม่เลย) ว่า "จะเอาคนนี้อ่ะๆๆๆๆ"

Crying like a child huh? (^_^)

 

แก้ไข 30/12/2009 : ก๊อปเนื้อเพลงมาจากอินเตอร์เน็ตค่ะ แปลพิมพ์คำแปลเองค่ะ

edit : 4 March 2010  

หลังจากที่โพสมาได้นานโข...เห็นว่ายังมีคนที่เข้ามาอ่านงานที่แปลอยู่เรื่อยๆ
ในฐานะคนแปล ขออธิบายการตีความของตนเองเอาไว้ ณ ตรงนี้ค่ะ


เพลงนี้ คนแปล ตีความ ตามชื่อเพลงค่ะ This One ( Crying like a child)
คือ "จะเอาอันนี้" "จะเอาคนนี้" (แบบที่เด็กๆร้องจะเอาขนมของเล่นนั่นล่ะค่ะ)
ตามเว็บจะเห็นว่า มีคำร้องสองแบบ ในส่วนที่ร้องว่า
aye aye aye กับ I... I... I...
ณ ที่นี้ คนแปล ยึดตามฉบับ ทีร้องว่า aye aye aye เพราะมันเป็น เสียงร้องของเด็กค่ะ
(เหมือนเวลาสะอื้นร้องไห้) ซึ่งมันก็อาจจะถอดเสียงผิดก็ได้ อันนี้คนแปลก็ไม่ทราบ...
http://dictionary.reference.com/browse/dang แต่มันก็มีคำนี้จริงๆ นั่นล่ะนะ....
ก็แล้วแต่ว่า จะอ่านฉบับไหนมาค่ะ....

ทีนี้ ทำไม ถึงแปลออกมา แบบนี้
ตามเนื้อเพลง จะเห็นได้ว่า คนในเนื้อเพลง กำลังพูดถึง ดารา นักร้อง
ถึงขนาดเก็บรูปไว้ในคอมกันหลายร้อยรูป มีเพลงของเขาอยู่เป็นริงโทน
และก็ได้ไปดูเขาเล่นคอนเสิร์ตอีกต่างหาก ....

จากเนื้อเพลงจะเห็นได้ว่า มี การลงท้ายแต่ละท่อนว่า
 
 yours truly / Sincerely
ซึ่งมักจะใช้เป็นคำลงท้ายจดหมายค่ะ คนแปลเลยตีความว่าเนื้อหาที่อยู่ในเพลงนั้นเป็น "จดหมาย" จาก
แฟนเพลงคนหนึ่งที่เขียนส่งถึง ดาราที่ตนเองชอบ
สองคนนี้อาจจะมีความสัมพันธ์กันชั่วข้ามคืน แบบ
groupies กับ artist
(groupies = แฟนเพลงที่คลั้งไคล้ชื่นชอบดารา และมักจะติดตามไปทุกที่ บางครั้งก็เสนอตัวขอมีสัมพันธ์กับดาราที่ชอบ )

อีกอย่างที่ทำให้คิดว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่เกี่ยวกับ แฟนเพลงและศิลปิน คงเป็นเพราะในเนื้อเพลง มีการพูดถึง
คนอยู่สามคน คือ
Freddie , Simon and Garfunkel ทั้งสามคนเป็นศิลปิน ร็อค?...อืม ...เฟรดดี้นี่จะเป็น เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ค่ะ อย่างที่ทราบกันว่า อุทาดะชอบ เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่มาก (นักร้องนำวง Queen เป็นเกย์ และ ติดเชื้อเอดส์ตาย) จากภาพลักษณ์ของเฟรดดี้ นี่ อาจจะช่วยเน้น ให้เห็นว่า ผู้หญิงคนนี้ในเนื้อเพลงนั้น ค่อนข้างจะเป็นคนที่โดดเดี่ยวนะคะ...คิดว่า...ภายนอกดูแข็งแกร่งเหมือนเฟรดดี้ (นักร้องนำวงร็อคระดับโลก)(แต่ท้ายที่สุดก็เสียชีวิตไปอย่างเดียวดาย และทรมาน) ส่วน Simon Grafunkel จะเป้นศิลปินคู่ที่มีชื่อในการออกทัวร์แสดงสดค่ะ
ที่ยกสองคนนี้มา อาจจะเน้นให้เห็นถึงความเป็น "คู่" (ที่ท้ายที่สุดแล้วก็เจอเขาทิ้งไปอยู่ดี)

ผู้หญิงที่อยู่ในเพลงนี้ ต้องการจะขอให้ ศิลปิน (ผู้ชายคนนี้) กลับมาหาตัวเอง เพราะรักไปแล้ว คิดไปแล้วว่า เป็นคนที่ตัวเองจะพึ่งพาได้ทั้งกายและใจ แต่พอไปถึงที่การแสดงที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เขากลับบอกว่า จำไม่ได้
ก็ได้แต่ร้องบอกว่า "นี่ฉันไง ฉันคนนี้ไง " ร้องออกไปเหมือนเด็กๆให้เขาจำได้ แต่..... อืม เพลงมันเศร้าตรงนี้หรือเปล่านะ ....

ก็ไม่รู้ว่าอธิบายสิ่งที่ตัวเองเข้าใจออกมาได้ดีหรือเปล่า แต่....นี่คือการตีความของคนแปลค่ะ
สำหรับตัวเองคิดว่า การแปล คือ การเอาความเข้าใจของตัวเอง ไปสู่คนอ่าน
ขึ้นกับประสบการณ์ และ ความรู้พื้นฐานของคนแปล ทำให้ อาจมีความหมายที่หลากหลาย แตกต่างกันไป
คิดว่า ไม่น่าจะมีผิดถูกอะไรมากเกินไปนัก.... แต่ถ้าแปลออกมาแล้วไม่เป็นไปอย่างที่คิด ก็คิดว่า ยังมี
คนแปลข้างนอกนั่นอีกหลายคน ที่อาจจะแปลได้ดีกว่านี้ค่ะ...ส่วนตัวพยายามให้ตรงกับเนื้อมากที่สุด อาจไม่สละสลวยสวยงาม ...ก็ขออภัยกันไว้ ณ ที่นี้

edit @ 22 Apr 2009 20:09:38 by p.k.a

edit @ 22 Apr 2009 20:25:54 by p.k.a

edit @ 30 Dec 2009 07:39:09 by p.k.a

edit @ 4 Mar 2010 03:20:26 by p.k.a

edit @ 4 Mar 2010 03:25:44 by p.k.a

edit @ 20 Apr 2010 15:08:02 by p.k.a