[fic JI] Honey Regret

posted on 16 Apr 2009 12:49 by pkagoldfish  in fanfic

 

 

 

เคยไหมที่รู้สึกเสียดายช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไป

 

 

เคยไหมที่รู้สึกเสียใจกับการกระทำที่ได้ทำลงไป

 

 

เคยไหมเฝ้าวอนขอต่อพระเจ้าให้ประทานโอกาสมาให้อีกครั้ง 

    

 

ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อแค่ได้ใช้เวลาแม้เพียงเล็กน้อยได้ยืนอยู่เคียงข้างใครบางคน

   

สูดลมหายใจเข้าลึกได้กลิ่นหอมจากเครื่องเทศจางๆที่ผสมปนอยู่ในน้ำหอมที่อีกฝ่ายประพรมร่างกาย กลิ่นขจรกระจายมาจากห้องที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน แทรกด้วยกลิ่นไอของน้ำอุ่นที่คนๆนั้นใช้ชำระล้างร่างกาย และยังคงหลงเหลือเกาะเป็นหยาดพราวอยู่ผิวเนื้อและเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม

 

ดวงตาสีดำสนิทของผู้รอคอยปิดลงแล้วใช้ประสาทสัมผัสที่เหลือในการรับรู้ถึงการมีอยู่ของอีกฝ่าย ปลายนิ้วยาวไล้บนผ้าปูที่นอนเนื้อดี รอยยับย่นบนผ้านั้นยังรู้สึกได้ถึงไออุ่นและกรุ่นกลิ่นของคนที่เทใจให้ไปไม่รู้เท่าไร  เงี่ยหูฟังได้ยินเสียงฮัมเพลงเบาๆดังลอยมาจากในห้องน้ำ กำลังทำอะไรอยู่นะ อดคิดถามในใจไม่ได้

 

 

ทันใด ภาพเรือนร่างที่ผอมบางลงทุกคราวที่ได้พบเจอก็ปรากฏในห้วงความคิด ผิวเนื้อสีเข้มกว่าที่คิดเอาไว้นั้นทำให้แปลกใจในคราแรกแต่ก็ไม่ได้เป็นผลที่จะหยุดมือของตัวเองไม่โลมไล้ไปทั่วร่าง แม้กระทั่งในจินตนาการ ณ เวลานี้เองก็เช่นกัน เสียงนุ่มที่ตอบกลับมากลั้วเคล้าด้วยเสียงหัวเราะและคำหยอกเอิน แม้ไม่ได้สอดแทรกความหมายหวานซึ้งใดไว้แต่ก็มีความหมายมากพอจะให้ใจที่เต้นอยู่ในอกนั้นขยับรัว ก่อนจะส่งรอยยิ้มให้เป็นคำตอบแล้วปิดริมงฝีปากได้รูปนั้นด้วยริมฝีปากของตัวเอง

  

 

....รัก.....

   

คำสั้นๆคำเดียวที่ยังไม่อาจเอ่ยตอบกลับไปได้ มันคอยตามหลอกหลอนทุกครั้งที่ได้พบหน้าของอีกฝ่าย ใช่.... มันทำให้เขารู้สึก ทำตัวไม่ถูกจนกลายเป็นทำร้ายอีกฝ่ายไปเสียอย่างนั้น แม้จะได้ยินบ่อยมากขึ้น มากกว่าเมื่อก่อน แต่การรอคอยที่จะให้ได้รับรักตอบนั้นก็ทำให้เหนื่อยใจ เสียจน เป็นเขาเองที่  ปิดปากสนิทไม่ให้เอ่ยคำๆนี้ออกมา และจนเมื่อเวลา ผ่านพ้นไป เมื่ออีกฝ่ายก้าวข้ามกำแพงที่ สร้างขึ้นมาเอง ทลายกำแพงที่กั้นขวางระหว่างคนสองคนลงได้ แล้ว มันเป็นตัวเขาเองที่ได้แต่นิ่งเฉย และนึกเสียดายตลอดมา    เพราะทุกครั้งที่ตั้งใจจะรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ ไม่ให้จากไปพร้อมกับใบหน้า ที่ เจ็บปวด สัญชาติญาณที่จะป้องกัน ตัวเอง จากความเจ็บปวดซ้ำรอยกับเมื่อครั้งอดีต ก็จะเข้ามาฉุดรั้งมือของเขาเอาไว้อยู่ร่ำไป มันเป็นเช่นนั้นเสมอมา ผิดกับในคราแรกที่เอ่ยออกไปยิ่งนัก

   

...รัก....

   

คำสั้นๆที่โพล่งหลุดปากออกไป และหลังจากนั้นมันก็หลุดปากออกมาบ่อยๆ จนอีกฝ่ายตีตัวออกห่าง  และเมื่ออีกฝ่ายหวนกลับมา ในตอนนี้มันเป็นเขาเองที่ไม่กล้าเอ่ยปากพูดออกไป

  

 

นี่คงเป็นอย่างที่ใครๆว่า มันไม่มีอะไรพอดีในชีวิต คิดได้แบบนั้นก็หัวเราะออกมาทั้งๆที่ดวงตายังปิด และตอนนี้ก็เป็นเขาเองที่มานั่ง เสียดายหลังจากทุกครั้งที่ได้โอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้ในอ้อมแขน ถ้าหากเพียงแต่เขายื่นมือออกไป แล้วตัดสินใจเอ่ยออกไปมันจะเป็นอย่างไร

  

 

ตั้งคำถามให้กับตัวเองแล้วลองทำตามภาพที่อยู่ในจินตนาการ เขาโอบรัดร่างบางนั้นเข้าหาตัว สูดลมหายใจเข้าลึกเป็นกลิ่นเครื่องเทศเจือจางในกลิ่นหอมละมุนจากต้นคอที่มีเส้นผมสีน้ำตาลละลงมาเล็กน้อย สองมือสัมผัสผิวกายเรียบเนียนนั้น ไล้ไปมา ไม่ใช่ด้วยความใคร่กระสัน หากแต่เป็นการสัมผัสด้วยความรู้สึกที่อยากจะถ่ายทอดออกไปเฉกเช่นเมื่อครั้งก่อน ที่ยังได้อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา

  

ฉันรักนาย...คิโยโนบุ

  

 

...ใช่....มันต้องแบบนี้....

  

ได้ยินเสียงของตัวเองเอ่ยออกไปอย่างนั้นก็อดจะยิ้มอย่างให้กำลังใจกับตัวเองไม่ได้ ถ้าเพียงแต่คิดจะทำ และไม่กังวลอะไร มันก็ทำได้แบบนี้นี่เอง

  

 

อืม....ฉันก็รักนาย จุน

   

เสียงที่ดังตอบกลับมาทำให้สะดุ้งลุก ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลนนั่งยิ้มอยู่ที่ปลายเตียง แต่งองค์เรียบร้อยด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตากับกางเกงยีนส์ มือข้างหนึ่งที่ใส่ สายรัดข้อมือทำจากหนังสีน้ำตาลวางเท้าอยู่บนผ้าปูเตียงที่ยับย่น จากเหตุที่ร่วมกันก่อเมื่อคืนทีผ่านมา เส้นผมสีน้ำตาลเข้มดูอ่อนลง เมื่อแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาใบหน้ามนนั้นทางด้านข้าง ผิวเนื้อที่คิดว่าเข้มกว่าที่จินตนาการเอาไว้ดูนวลเนียนไม่ได้ต่างจากสีน้ำผึ้งสดใหม่  

  

นี่....คิโยโนบุ ว่าพลางยื่นมือออกไปแตะผิวแก้มนั้น เจ้าของชื่อเอียงใบหน้าลงรับกับสัมผัสจากมือแกร่งนั้น

   

อะไร.... อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ ดูเหมือนเขาจะกำลังทำหน้าตาแปลกๆ อยู่เป็นแน่  ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว สายแล้ว...วันนี้ข่าวว่าจะไปถ่ายแบบแว่นตาไม่ใช่รึไง

 

 

ไอ้ไปน่ะไปแน่..... เขาพูด ก่อนจะขยับร่างที่ยังเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มเข้าไปหาอีกฝ่าย สองแขนแกร่ง โอบเอวบางนั้นเอาไว้ ใบหน้าวางแนบลงกับผิวของผ้ายีนส์  แต่ช่วยทำแพนเค้กราดน้ำผึ้งให้กินหน่อยซิ่....นึกอยากกินขึ้นมาน่ะ

   

....ถ้าได้ทำลงไปแล้ว.....

 

....ก็ไม่นึกเสียดายอะไรอีกต่อไป....

 

 

-fin- 

 

 @@@talk@@@

ว่าแล้วก็อยากกินแพนเค้ก....หวานซะ

 

edit @ 16 Apr 2009 13:42:19 by p.k.a

edit @ 16 Apr 2009 16:35:46 by p.k.a

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

JI....

คิดถึงจัง...

อาจเพราะเพลงที่กำลังฟัง...
แต่รู้สึกเศร้าจังเลยล่ะ พีจัง...

อยากกอดโนะบ้าง (ไม่ใช่ละ-ฮา)

ขอบคุณสำหรับฟิคครับ surprised smile

#1 By aki on 2009-04-16 22:06

อ้อนอารายยยฮะ เจ้าตี๋ แหม๊....


จริงๆก้นะ หวานดี ...


อยากกินแฟนเค้กงะ เหอๆๆๆ

#2 By Lunatica on 2009-04-17 21:24

เดี๋ยวก่อนครับ...อิโนะจังทำแพนเค้กเนี่ยนะ!

(นึกแล้วก็อยากกิน แต่...จะได้กินจริง ๆ เรอะ)

ไว้ว่าง ๆ เขียนฟิค JI เ่ล่นอีกดีกว่าแฮะ
ไม่ได้เขียนนานมากแล้ว

#3 By HAKURO on 2009-04-18 11:44

อ้อนกันงี้เลยเหรอ อิจฉา ขันน้ำ ขันน้ำ สาดน้ำใส่ซะ นี่แน่ะๆ ขันน้ำ ขันน้ำ

#4 By hobbyburn on 2009-04-18 21:46