[fic JI] Eve no yoru
posted on 24 Dec 2008 20:28 by pkagoldfish in fanficเสียงที่เงียบงันดังขึ้นท่ามกลางความมืดที่เต็มไปด้วยสีสันของค่ำคืนที่สว่างราวกับดวงอาทิตย์ยังคงทอแสงอยู่เบื้องบน พอเงี่ยหูฟังจะได้ยินตัวตนของเสียงนั้นกำลังเคลื่อนไหว ล่องลอยอยู่กลางอากาศธาตุ และเมื่อยื่นมือออกไปไขว่คว้าเอาไว้ กลับจับต้องได้เพียงแค่ความเปียกชื้นเย็นเยียบบนผิวของเส้นไหมพรมที่เบียดตัวเข้ากันแน่น
ลมหายใจร้อนที่ผ่อนออกมาจากร่างกลายเป็นสีขาวเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอก ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมองไปยังเครื่องบอกเวลา ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางลานกว้าง แสงสว่างที่สาดกระทบนั้นก่อให้เกิดเงาดำทอดยาวลงไปบนพื้นอิฐสีแดงที่ถูกปกคลุมด้วย หิมะตกใหม่สีขาวสะอาด
ช่วงเวลา ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้คนซึ่งไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยคำทักทายกันในยามเช้า น่าแปลกที่แม้เพียงเศษเสี้ยวของรอยยิ้มเหล่านั้น กลับทำให้หัวใจที่กำลังจะกลายเป็นน้ำแข็งค่อยรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้บ้าง
“พี่ชาย... รู้ไหมว่า ซานต้าน่ะ มีจริงนะ”
น้ำเสียงบ่งบอกถึงความไร้เดียงสา สมกับความอ่อนเยาว์ที่มี ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองใบหน้าเล็กๆนั้น ก่อนจะย่อตัวนั่งลงตรงหน้าของอีกฝ่าย มือใต้ถุงมือไหมพรมที่เปียกชื้นยกขึ้น แต่กลับเปลี่ยนใจ เขาแนบฝ่ามือนั้นลงข้างบนหน้าตัก
“อย่างนั้นเหรอ... แล้วเรารู้ไหม ว่าซานต้าน่ะ เขาทำอะไร”
เด็กชายตัวเล็ก สวมเสื้อถักไหมพรมสีแดง คลุมทับด้วยเสื้อโค้ทผ้าร่มตัวใหญ่จนดูเหมือนร่างทั้งร่างนั้นจะพองบวมไปหมด ใบหน้ากลมถูกล้อมกรอบด้วยแนวของหมวกไหมพรมสีขาวตัดกับสีเสื้อ แก้มอวบอูมเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ด้วยอากาศหนาวเย็นรอบกาย
“ซานต้า...ซานต้าก็จะเอาความสุขมาให้กับทุกคน เอาของขวัญมาให้กับทุกคน”
เด็กชายตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ดูจากแววตาแล้วเขาคงมั่นใจไม่น้อยกับคำตอบของตน
“อืม....เหรอ....แล้วเอาความสุขให้กับทุกคนได้เนี่ย...ซานต้า เขาจะเอามาให้ได้ยังไงล่ะ มันคนทั้งโลกไม่ใช่หรือยังไง”
แนวคิ้วสั้นๆบนกรอบหน้าเล็ก หากจะเอามือทาบลงไปคงได้แค่ฝ่ามือเดียวของอีกฝ่ายนั้น ขมวดเข้าหากันแน่น นิ้วมือเล็กในถุงมือสีแดงสลับขาวยกขึ้นแตะบนแก้มกลม ริมฝีปากย่น ทำท่าเหมือนกับกำลังขบคิดปัญหาครั้งใหญ่
“ซานต้า ก็จะมีรถเลื่อน มีเอลฟ์ คอยช่วย ...ขนของขวัญ ขนความสุขไปให้ทุกคนเลย” เด็กชายยกมือทั้งสองข้างขึ้น “พวกเขาจะเหาะผ่านฟ้าไป...จากทางนี้ ไปทางนั้น...ทางโน้น ...พวกเขาจะไปที่บ้านผม แล้วพวกเขาก็จะไปที่บ้านพี่ชายด้วย” ปลายนิ้วกลมชี้ตรงมา
“อ้อ...เหรอ...แล้วพวกเขาจะไม่หลงทางกันบ้างเลยหรือไง” อากาศรอบกายยิ่งหนาวเย็นขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป มือใต้ถุงมือไหมพรมเริ่มชาจนไม่รู้สึกถึงปลายนิ้วยิ่งบทสนทนาของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย
“ไม่...ไม่หลงหรอก....” เด็กชายตัวเล็กในเสื้อกันหนาวสีแดงส่ายหน้า “พี่ชายรู้ไหม ว่าซานต้าน่ะ จะมีรายชื่อเด็กดี นะ ชื่อ ที่อยู่ อายุละเอียดครบเลย ถ้าพี่เป็นเด็กดีล่ะก็...เขาจะต้องไปหาพี่ถูกแน่นอน...”
“ฮ่ะๆ.....” ได้ฟังแบบนั้น ก็อดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้ “พี่ไม่เหมือนเราหรอกนะ...เด็กดี”
“ทำไมล่ะ” เด็กชายเอียงหน้ามอง ดวงตาสีเข้มเป็นประกายด้วยความเยาว์วัย “พี่เป็นเด็กไม่ดีเหรอ”
“อืม....นั่นซิ่นนะ”
พลันในหัวก็คิย้อนถึงการกระทำของตัวเองที่ผ่านมา หากจะให้พูดแล้วเขาก็คงจะไม่เหมาะกับการได้รับความสุขใดๆ ก็ได้ เพราะเมื่อถึงคราวที่จะได้เข้าใกล้กับกองไฟ แทนที่เขาจะขยับเข้าใกล้เพียงเพื่อขอให้ได้ไออุ่น เพื่อช่วยประคับประคองชีวิตให้คงอยู่ต่อไปในค่ำคืนอันหนาวเย็น กลับผละถอยออกมาเพียงเพราะกลัวว่าจะถูกความเร่าร้อนนั้นแผดเผ่าร่างไปเสียให้สิ้น ไม่พอยังจะดับไฟเหล่านั้นลงไปด้วยมือของตัวเองเสียอีก
นอกจากจะไม่ปล่อยให้ตัวเองได้รับความอบอุ่นแล้ว ยังไม่คิดที่จะแบ่งปันความอบอุ่นนั้นให้กับผู้อื่น ตัวเขาก็คงจะไม่ได้แตกต่างไปจาก “เด็กไม่ดี” คนหนึ่งกระมัง
“พี่ชาย ดูใจดี...ดูเป็นคนดี....ไม่น่าใช่แบบนั้นหรอก...ขอโทษซิ่ บางที ซานต้า อาจจะชอบก็ได้....ทำผิดแล้วขอโทษน่ะ” เด็กชายตัวเล็กดูไม่ลังเลที่จะช่วยเขาคิดหาทางออก มือเล็กๆใต้ถุงมือสีแดงสลับขาว นั้นแตะเบาๆที่ข้างแก้ม สัมผัสเย็นชื้นนั้นกลับทำให้รู้สึกเหมือนกับตัวเองมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง เพราะอย่างน้อยที่สุดแล้วก็ยังรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
“คนอย่างพี่...ซานต้า...จะยอมให้ของขวัญที่ล้ำค่าขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เชื่อผมซิ่...ซานต้าจะต้องไปถึงบ้านพี่ได้แน่นอน” เด็กชายตัวเล็กยิ้มจนตาหยี พวงแก้มยิ่งดูเป็นสีแดงเข้มมากขึ้นไปอีก
“ Silent night, holy night,
All is calm all is bright,
Round yon virgin mother and child
Holy infant so tender and mild
Sleep in heavenly peace,
Sleep in heavenly peace…”
ทันใดเสียงร้องจากคณะประสานเสียงก็ดังขึ้นท่ามกลางความหนาวเย็น ผู้คนมากมาย ที่ เดินกันไปมาต่างหยุดเพื่อฟังเพลง ความเคลื่อนไหวที่หยุดนิ่งช่วยดึงสายตา และความสนใจ ของคนทุกคนให้มุ่งไปยังกลุ่มของนักร้องประสานเสียง ท่วงทำนองที่แสนบริสุทธิ์เหมาะกับ ละอองสีขาวสะอาดตาที่โปรยตัวลงมาจากเบื้องบนดังกังวานไปทั่วบริเวณ
เด็กชายตัวเล็กเองก็หันไปให้ความสนใจเช่นเดียวกัน ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายแปลกประหลาด สองมือเล็กๆประสานกันไว้ตรงกลางอก อายุเพียงแค่นี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกับซาบซึ้ง ในบทเพลงได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ
“ Silent night, holy night
Shepherds quake at the sight;
Glories stream from heaven afar,
Heavenly hosts sing alleluia,
Christ the savior is born!
Christ the savior is born!
Silent night, holy night,
Son of God, love's pure light,
Radiant beams from thy holy face,
With the dawn of redeeming grace,
Jesus lord at thy bright,
Jesus lord at thy bright ”
“นี่ เจ้าหนู....ชอบเหรอ” จนเมื่อท่วงทำนองแสนไพเราะจบลง เขาจึงได้เอ่ยคำถามที่ติดค้างอยู่ในใจออกมา
“ครับ...ชอบมาก”
“ทำไมล่ะ........”เด็กชายไม่ตอบเพียงแต่ยิ้ม
เสียงรองเท้าคู่หนึ่งเดินเข้ามาใกล้เรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ เจ้าของจังหวะการเดินนั้นเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อไหมพรมถักสีขาวสะอาดตาทับด้วยเสื้อโค้ทยาวสีน้ำตาลอ่อน กระดุมเสื้อสีทองเป็นประกายราวกระดิ่งที่แขวนประดับอยู่บนต้นคริสต์มาสยามที่เธอเยื้องย่าง ท่าทางสง่างามไม่ต่างจากกวางสาวที่เยื้องกรายอยู่ในป่า
“แม่!!”
เด็กชายตัวเล็กวิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที สองแขนกลมโอบรอบช่วงขาของแม่เอาไว้ ด้วยความสูงไม่ถึงครึ่ง แต่เด็กชายก็กอดอีกฝ่ายเอาไว้อย่างเต็มรัก หญิงผู้นั้นยิ้มให้กับเด็กชายที่เรียกตนว่าแม่อย่างอ่อนโยน มือเรียวใต้ถุงมือหนังสีน้ำตาลเข้มไล้เบาๆบนหมวกสีขาวของเด็กชาย
“ไปซนที่ไหนมา...แม่ตามหาแทบแย่”
เด็กชายไม่ได้ตอบ เพียงหันมองกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม มือเล็กๆ โบกให้ก่อนจะเปลี่ยนไปกอบกุมมือของผู้เป็นแม่เอาไว้แน่น ในสัมผัสนั้นคงอบอุ่นไม่น้อยเลยทีเดียว หญิงสาวหันมองตามมาก่อนจะโต้งให้เล็กน้อย ราวกับจะแสดงคำขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนลูกชาย ก่อนจะขยับมือเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้เด็กชายออกเดินไปพร้อมกัน
“วันหลังก็อย่าไปไหนไกลนะ เคน...แม่เป็นห่วง”
“ครับ”
เมื่อเห็นสองแม่ลูกเดินจากไป ก็ขยับยืดร่างขึ้นยืนตรง สองมือทุบเข่าทั้งสองข้างเล็กน้อยมันกำลังจะรู้สึกชาหลังจากที่ต้องคุกเขาอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานพอสมควร หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า กดปุ่มสปีดไดอัลไปถึงเบอร์ของคนคุ้นเคย
“ฉันเอง...เอ่อ....นี่....จุน ”
คำพูดที่พูดออกไปนั้นตะกุกตะกัก เสียงถูกบีบเสียจนตีบตันอยู่ในลำคอ ความร้อนที่ห่างหายไปจากร่างกายวิ่งแล่นริ้วจากภายในอกขึ้นมาสู่ใบหน้าและดวงตาทั้งสองข้าง
“เมื่อวาน...ขอโทษนะเรื่องแหวน....ฉันไม่น่าพูดแบบนั้นออกไปเลย....”
ชายหนุ่มเอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แม้จะเคยมีปากเสียงกันมาบ้าง แต่คิดว่าคงไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้ อีกฝ่ายที่เอ่ยเรื่องของขวัญวันคริสต์มาสขึ้นมาต่อหน้าพ่อแม่ของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ปกปิดอะไร แต่การพูดถึงแหวนที่จะเอาใส่คู่กันนั้นก็ออกจะเกินไป...
เขายังไม่แน่ใจว่าตัวเองพร้อมที่จะรับมันเอาไว้แล้วหรือยัง ความสับสนและหวาดกลัวเพียงชั่ววูบทำให้พลั้งปากพูดสิ่งที่ไม่ควรออกไป.... ทั้งๆที่มันเป็นวันก่อนวันคริสต์มาสอีฟที่ทุกคนควรจะเตรียมพร้อมที่จะเฉลิมฉลองแท้ๆ
....ทำอะไรพูดอะไรไม่ถามกัน....จะเป็นแฟนกันไปทำไม!....
ความเงียบจากปลายสายกลบเสียงร้องทำนองที่ดังกังวานอยู่เบื้องหลัง ความเงียบนั้นกระตุ้นคำว่า กลัว ที่จะรอฟังคำตอบให้วิ่งเข้ามาจับที่ขั้วหัวใจ เหมือนกับพายุหิมะที่พัดผ่านและก่อให้เกิดน้ำแข็งจับไปทั่วทั้งหัวใจภายในพริบตา
“……………………………”
เสียงปลายสายที่ตอบกลับมาทุ้มต่ำ หากแต่อ่อนโยน ไม่ได้ต่างไปจากทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดกัน และมันเป็นแบบนี้เสมอมา
“ขอบใจนะ”
สุดท้ายความกลัวนั้นก็แปลเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า มันนานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยิ้มออกมาอย่างสบายใจเช่นนี้
“ อืม...ได้....แล้วเจอกันเช้าพรุ่งนี้...ปาฏิหาริย์คืนวันคริสต์มาสอีฟน่ะเหรอ...อืม...บางที...ฉันอาจจะเริ่มเชื่อ ขึ้นมาบ้างก็ได้...” เมื่อเหลียวมองไปทางด้านหลัง แม่ลูกสองคนที่น่าจะยังยืนดูวงประสานเสียงอยู่ก็หายตัวไปท่ามกลางผู้คนที่เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น
....อาจจะรีบไปมอบความสุขให้กับคนอื่นอีกก็เป็นได้..... ชายหนุ่มคิด
"................................"
”อืม ถ้าอย่างนั้น ก็เจอกัน...ที่บ้านนายนะ...ไปบอกพ่อกับแม่ด้วยกัน” เขาบอกลาปลายสายก่อนพับโทรศัพท์เก็บในกระเป๋าเหมือนเดิม ซุกมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อแจ๊กเก็ต ยกฮู้ดสีดำขึ้นกันหิมะที่ยังคงโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีดำสนิท
หากแต่สว่างไสวในค่ำคืน สองขาที่หายจากอาการชาเมื่อครู่ขยับออกเดินไปบนพื้นที่เคลือบไว้ด้วยสีขาวโพลนที่เป็นประกายระยิบยามที่ต้องแสงไฟ สายลมเย็นพัดผ่านมากระทบริมฝีปากบางที่กำลังขยับน้อยๆ ถ้อยคำแผ่วเบาดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอ กลายเป็นท่วงทำนองที่เข้ากับบรรยากาศรอบข้างได้อย่างดี
“Have yourself a merry little Christmas,
Let your heart be light
From now on,
our troubles will be out of sight
Have yourself a merry little Christmas,
Make the Yule-tide gay,
From now on,
our troubles will be miles away.
Here we are as in olden days,
Happy golden days of yore.
Faithful friends who are dear to us
Gather near to us once more.
Through the years
We all will be together,
If the Fates allow
Hang a shining star upon the highest bough.
And have yourself A merry little Christmas now.”
Have Yourself A Merry Little Christmas - Coldplay
@@@talk@@@
Merry Christmas!!
อยากจะเดินไปบอกทุกๆคนด้วยคำเดียวกัน
มาแบ่งปันความสุขกันเถอะ!!
edit @ 24 Dec 2008 20:43:30 by p.k.a
edit @ 24 Dec 2008 20:45:07 by p.k.a
edit @ 24 Dec 2008 20:46:00 by p.k.a

ความจริงเราก็ทำงานจนลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าวันนี้วันอะไร 555
ได้อ่าน JI วันคริสต์มาสแล้วมีความสุข พี่เจควรไปขอโนะซะนานแล้ว ฮิฮิ
ขอให้มีความสุขกันนะคะ
#1 By ~WhiteChoc!~ on 2008-12-25 10:03