อยู่ๆ ก็นึกถึงขึ้นมา
posted on 19 Jul 2008 01:10 by pkagoldfish in Bobbob
อยู่ๆก็นึกถึงขึ้นมา
คนที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็น รักแรก
เอามาเขียนแบบนี้ ก็อดที่จะยิ้มเขินๆไปไม่ได้ แต่มันก็น่าเชินจริงๆ
อยู่ๆก็นึกถึงหน้าได้รูป ผิวขาว แดงเรื่อเล็กๆ ในวันที่อากาศหนาวจัดของต้นเดือนมกราคม
คาบวิชาพละ ที่ทุกคนจะต้องวิ่งมาราธอน ผู้ชายวิ่งสามกิโล ผู้หญิงวิ่งสองกิโลครึ่ง
ที่ประเทศญี่ปุ่น ค่อนข้างจะฝึกให้เด็กเขาทนความหนาวมาแต่ไหนแต่ไร เขาดูเหมือนว่าจะชิน
แต่ไม่ใช่สำหรับเรา การวิ่งสองกิโล กลายเป็นการเดินทน(ต่อความหนาว)ไปอย่างช่วยไม่ได้
เพราะเป็นคนเดินช้า และมีปัญหาเรื่องระบบหายใจพอสมควร ทำให้พวกเพื่อนผู้หญิงวิ่งฉิวนำหน้าไปก่อน ในขณะที่กลุ่มนำของผู้ชายก็จะตามหลังมาติดๆ รักษาเวลาได้แบบนั้นตลอด เสียงฝีเท้าวิ่งใกล้เข้ามาจากด้านหลัง แม้เป็นที่โล่งกว้าง แต่เนื้อจากไม่มีเสียงรถหรือการจราจรอย่างอื่นนอกจากเสียงลม ทำให้ได้ยินเสียงหอบหายใจดังมาจากด้านหลัง
รู้ได้ว่าเขาวิ่งใกล้เข้ามาในขณะที่เราเองก็จ้ำก้าวเต็มที่เหมือนกัน ในบางวัน ที่เขาวิ่งตามมา จะได้ยินเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่เขาจะวิ่งเลยไปว่า "กัมบัตเตะ" ภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า "พยายามเข้านะ"
ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น อันที่จริง ปีนั้น การพูดคุยกันมันนับครั้งได้เลย แต่...รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างระหว่างเรา เรามองตากัน เข้าใจได้ว่ารู้สึกไม่ได้ต่างกัน
แต่ก้ไม่ได้บอกอะไรกัน จนกระทั่งวันสุดท้าย
ในตอนนั้นร้องไห้ ร้องไห้เพราะเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้บอกออกไป
แต่เมื่อมาถึงตอนนี้ ในบางครั้งที่ความทรงจำพาเราย้อนกลับไปยังความทรงจำเก่าๆ เรารู้สึกดีมากเหลือเกิน
เป็นอะไรที่ทำให้ยิ้มได้อยู่ตลอด แม้จะเป็นเพียงภาพในอดีต
ยังจำได้ว่ากลิ่นของเขาเป็นยังไง ผมสีน้ำตาลเมื่อโดนแสงแดดนั้นดูนุ่มขนาดไหน เสียงตะโกนโหวกเหวกโบกมือเป็นบ้าเป็นบอจากสนามเบสบอล ในตอนเช้านั้นเป็นยังไง ...พิลึกคนจริงๆ
ตอนนี้...จะทำอะไรอยู่ ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเข้าทำงานที่บริษัทแถวไหนแล้ว มีครอบครัวแล้ว ก็เป็นได้ ล่าสุดที่ได้ข่าวคือ ตอนที่กลับไปหาพ่อแม่ที่โน่น แล้วถามว่า เขาทำอะไรอยู่ (เนื่องจากว่าเขาเป็นหลานของบ้านโฮสต์แฟมิลี่ในตอนนั้น...) ก้รู้ว่าเรียนอยู่ที่คิวชู
วันเวลาผ่านไป
คนเราก็เปลี่ยนไป
ฉันเองก็ไม่ได้เป็น เด็กบ้าๆอย่างตอนนั้นอีกแล้ว
Well I can't even imagine myself go to someone look at him in the eyes and say
"I'm taking your pictures ..." anymore. Guts...gone with times passed.
ป.ล. วันก่อนไปโรงพยาบาล ที่โรงพยาบาลเขาเป็นคริสต์อ่ะนะ เห็นว่าปีนี้เป็นวันครบรอบนักบุญเปาโล
เราก็ไม่ค่อยสันทัดเรื่องศาสนาอะไรนักหรอก... รู้สึกเหมือนช่วงนี้ ไม่ได้เชื่ออะไรทั้งนั้น
แล้วมันมีโหล ใส่ม้วนกระดาษเล็กๆเหมือนฉลากอยู่ เขาบอกให้อธิษฐานก่อนหยิบ เราก็ด้วยความว่าอยากรู้ อยากลอง ก็คิดในใจ "หนูจะเจอรักแท้ไหมคะ" นั่น...คำถามน้ำเน่าที่สุด
ประโยคที่ได้ออกมา หาภาษาไทยไม่เจอ มันประมาณนี้อ่ะ
""Let the little children come to me.
Don't keep them away.
God's kingdom belongs to people like them"
(Mark 10:14)
เราไม่ใช้คริสเตียน และชื่อต้นเราขึ้นด้วยคำว่า "พุทธ" และเราไม่ได้เชื่อในอะไรซักอย่าง...ไม่เคร่งศาสนา
แต่หลังจากอ่านข้อความนั้นแล้ว มีความรู้สึก เหมือนมีคนกำลังพูดอยู่ด้วยเลยล่ะ....รู้สึกดีจัง.... เลยขอรับไบเบิลมาอ่าน ในฐานะที่เป็นหนังสือ ที่มีข้อความสวยงามเล่มหนึ่ง...
ให้ตาย เป็น ป.ล.ที่ยาวมาก
#1 By รักคือ? on 2008-07-19 01:50