[JI] It's been a while...

posted on 24 Dec 2007 03:50 by pkagoldfish  in fanfic

  [JI] It's been a while...

by p.k.a

เสียงกระดาษที่ ติดอยู่กับช่องลมบนเพดานดังกรอบแกรบอยู่ท่ามกลางความเงียบ ลมร้อนจากเครื่องทำความร้อนกระจายไปทั่วห้องที่อุปกรณ์ช่วยในการแต่งตัวบางส่วนถูกนำเข้ามาวางเอาไว้ในห้องที่กำหนดให้เป็นเดรสซิ่งรูม เตรียมพร้อมสำหรับวันมะรืนซึ่งเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ ในโตเกียวโดม แม้ว่าจะอยู่ภายในตัวอาคาร แต่ด้วยขนาดของสถานที่ ทำให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองอย่างค่าไฟในการทำความร้อนให้กับสถานที่ โดยเปิดเครื่องทำความร้อนในบริเวณที่จำเป็นเท่านั้น เมื่อเป็นแบบนั้นแล้วสถานที่ที่โปรดปรานที่สุดก็คงจะเป็นใต้ท่อลมที่ปล่อยลงมาในห้องแต่งตัวนั่นเอง

 

 ชายหนุ่มร่างบางนั่งอยู่กับเก้าอี้เหล็กหน้ากระจกบานใหญ่ แสงไฟที่เปิดเอาไว้กระทบลงบนผิวแก้ม แสงสว่างนั้นทำให้ผิวหน้านั้นดูอิ่มขึ้นมาจากที่เป็นจริงขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนละจากกระจกบนใหญ่ ริมฝีปากของเขาหยักยิ้ม เพราะเมื่อพิจารณาใบหน้าของตัวเองดูก็ทำให้เริ่มจะคิดได้ว่า เวลานั้นก็ล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว  

 

กีต้าร์ตัวเก่งวางอยู่บนหน้าขา นิ้วเรียวไล้เล่นเบาๆออกมาเป็นทำนองที่แสนคิดถึงแต่ก็เล่นได้ไม่นานนักก็ต้องหยุด นิ้วเรียวชะงัก ท่วงทำนองเงียบหาย ริมฝีปากได้รูปนั้นเม้มเข้าหากัน  ก่อนจะเคาะนิ้วเบาๆลงบนเนื้อไม้ ของคอกีต้าร์

 

...ใช่...เวลามันผ่านไปนานพอสมควรเลยทีเดียว...

 

"หยุดทำไมล่ะ...ว่าจะตามมาสมทบเสียหน่อย" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้คนที่นั่งอยู่หน้ากระจกต้องเงยหน้าขึ้นมอง พลางโคลงศีรษะเบาๆ

"ลืมโน้ต... "เขาตอบ เรียกเสียงหัวเราะจากคนที่มาใหม่ได้ไม่น้อย
"ก็อย่าไปหลุดบนนั้นก็แล้วกัน...กลับมาทั้งที..." ชายร่างสูงดึงเก้าอี้มานั่งลงข้างๆอีกฝ่าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นรับไอร้อนจากท่ออากาศ "เข้าใจหาที่อยู่นี่..."

"ข้างนอกมันเย็นน่ะ... อีกสามคนก็ยังไม่มา.. ฝ่ายเทคนิคก็ยังเซ็ทอุปกรณ์กันไม่เสร็จ..." ชายหนุ่มพูดพลางลองไล้นิ้วไปตามเส้นโลหะที่ถูกยึดเอาไว้ กับเครื่องดนตรีคู่กายอีกครั้ง เกิดเป็นท่วงทำนองคุ้นหู ที่ทำให้คนที่นั่งอยู่ไม่ห่างออกไปต้องขยับมือตบลงบนหน้าขาเป็นจังหวะตามไปด้วย

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสบดวงตารีเรียวของอีกฝ่ายผ่านเงาสะท้อนบนกระจกเงาพลางยิ้ม เขารู้ว่าคราวนี้เขาเล่นได้ถูกต้อง และมั่นใจมากที่จะบรรเลงบทเพลงนั้นต่อไป โดยที่มีเสียงเคาะจังหวะดังขึ้นเบาๆจากคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

"คิดถึงนะ...."เสียงนุ่มของชายหนุ่มร่างสูง ที่คอยให้จังหวะอยู่ดังแทรกเสียงเครื่องดนตรีคู่กายของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลขึ้นมา ดวงตารีเรียวจ้องไปที่กระจกราวกับจะรอดูสีหน้าของอีกฝ่ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้เส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าเล็กน้อยยามที่เอียงใบหน้าเพื่อมองสายกีต้าร์
"อืม...คิดถึงจริงๆนั่นล่ะ" ริมฝีปากได้รูปคู่นั้นหยักยิ้มก่อนจะตอบ จังหวะถูกดึงให้ช้าลง คล้ายกับจะบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าเพลงๆนี้ กำลังจะจบลง คนให้จังหวะ เองก็รัวจังหวะบนหน้าขา มันคล้ายกับตอนที่พวกเขาอยู่บนเวทีกำลังจะจบเพลงๆหนึ่งลงด้วยกัน ก่อนที่โน้ตตัวสุดท้ายจะดังขึ้น บทเพลงได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

 

"นายดู...ตื่นเต้นนะ" เสียงชายหนุ่มผมยาวสีเข้มเอ่ยขึ้นทักเมื่ออีกฝ่ายลดกีต้าร์ลงวางราบกับหน้าตัก มือกีต้าร์ยักไหล่เล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

"มองอะไรแบบนั้น...อย่างฉันจะตื่นเต้นบ้างไม่ได้เลยรึไงกัน"

"เปล่า...ก็ไม่ได้หมายความแบบนั้น...แค่มันนานแล้วที่ไม่ได้เห็นนายเป็นแบบนี้" ชายผมยาวตอบกลับพลางหัวเราะกับท่าทางของอีกฝ่าย...รู้สึกว่าจะไปจี้จุดเข้าให้เสียแล้ว

"มันก็นานแล้ว ไม่ใช่หรือไงกัน ที่นายไม่ได้อยู่เห็นฉันเป็นแบบนี้" ชายหนุ่มผมสีน้ำตาล เมื่อเจอย้อนกลับมาแบบนั้นก็ทำเอาหนุ่มผมยาวต้องหยุดคิดเล็กน้อย

"....มันก็จริง...." ชายหนุ่มว่าก่อนจะหันมายิ้มให้กับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ "แต่นี่ก็อยู่เห็นแล้วนี่" ดวงตารีเรียวสบตาของอีกฝ่าย
"มันก็จริง" มือกีต้าร์ผมสีน้ำตาลตอบอย่างเสียไม่ได้ ถึงกระนั้นก็ยังมองเห็นรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า มือทั้งสองข้างของมือกีต้าร์ประสานเข้าหากันบนผิวหน้าเรียบของเครื่องดนตรีตัวโปรดที่ยังคงวางอยู่บนตัก  ปลายนิ้วเรียวทั้งสองข้างขยับไปมา ราวกับกำลังใช้ความคิด
"แล้วนายล่ะ ไม่ตื่นเต้นบ้างหรือไง..." ชายหนุ่มเอ่ยถามสิ่งที่อยู่ในความคิดออกไป
"แน่นอน...มันไม่ใช่ทุกวันหรอกนะที่จะได้มายืนต่อหน้าคนเป็นหมื่นแบบนี้" ชายร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ

"ใช่ไหมล่ะ... "คนได้ฟังคำตอบแทบจะตบเข่า ถ้าไม่กลัวว่ากีต้าร์ที่วางอยู่จะตกลงไปเสียก่อน

"แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรให้กลัวไม่ใช่หรือไง...มันเป็นเรื่องที่เราเคยทำ...และทำมาตลอด...ก็เท่านั้น" เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางมองหน้าของอีกฝ่ายนิ่ง ดวงตารีเรียวจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้น เขามองเห็นได้ในสิ่งที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้สึกเสียด้วยซ้ำไป  "อ่ะ...คิดว่าน่าจะหมดเวลาอู้แล้วล่ะ" ชายหนุ่มผมยาวว่าพลางลุกขึ้นยืนเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนอีกสามคนเดินโหวกเหวกมาตามทางเดิน

"ไปกันเถอะ... " ว่าพลางก็หันมาทำท่าให้อีกฝ่ายลุกขึ้นเดินตามไป ก่อนจะส่งเสียงเรียกอีกสามคนที่เพิ่งจะเดินผ่านหน้าห้องแต่งตัวไปเมื่อครู่ "เฮ้...รอด้วย"

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่นั่งอยู่หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้น มือซ้ายจับคอกีต้าร์ตัวโปรดเดินถือตามออกไป ก่อนที่จะต้องหยุดเมื่อเดินออกมา ถึงทางเดินด้านหน้าห้องแต่งตัว ด้วยขนาดที่กว้างพอสมควร ทำให้เวลาเดินมีเสียงสะท้อนก้องไปทั่ว...แน่นอนที่ในตอนนี้นอกจากเสียงฝีเท้าของชายหนุ่มทั้งสี่คนที่เดินนำหน้าไปก่อนแล้วก็มีเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของคนทั้งสี่ด้วย ภาพแผ่นหลังของทั้งสี่คนที่เดินไป กับอากาศเย็นนอกห้องที่โอบล้อมรอบกายเอาไว้นั้น ทำให้บางส่วนในใจของเขาสั่นไหว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองตรงไปข้างหน้า ที่สุดปลายทางเดินนั่น คือเวทีขนาดใหญ่และที่นั่งของผู้ชมจำนวนมาก

...กลัวงั้นเหรอ...กับการที่จะไปอยู่บนนั้นอีกครั้ง.. เขาถามตัวเองพลางมองมือที่ยังกำคอกีต้าร์เอาไว้แน่นของตัวเอง ความกังวลใจประเดประดังเข้ามา ณ วินาทีนั้น

 

"อิโนะ... " เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อของชายหนุ่มที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องแต่งตัวช่วยยุติความคิดทุกอย่างลง ชายหนุ่มร่างสูงยืนอยู่ที่นั่นตรงกลางของทางเดิน เพื่อนอีกสามคนดูจะเดินนำไปก่อนล่วงหน้า ริมฝีปากนั้นยิ้มอย่างอ่อนโยนเช่นเดียวกับดวงตารีเรียวคู่นั้น เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมที่ล้อมกรอบด้วย เส้นผมสีดำสนิทนั้น ก่อนจะยิ้มให้กับเจ้าของมือแกร่งที่ยื่นมา เขาเดินตรงเข้าไปก่อนจะจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสบดวงตารีเรียวนั่นนิ่ง มือที่จับมือที่สั่นเล็กๆของเขาเอาไว้นั่นอุ่นมากเหลือเกิน

"ไปกันเถอะ...อย่าปล่อยให้พวกนั้นรอเลย" เขาเอ่ยขึ้นเบาๆก่อนจะหัวเราะเมื่อมืออีกข้างของอีกฝ่ายตบลงบนศีรษะของเขาเบาๆ ชายหนุ่มทั้งสองคนค่อยเดินไปตามทางไปอย่างช้าๆ 

 

อากาศเย็นรอบข้างดูจะอุ่นขึ้นมาไม่น้อย

 

-fin-

@@@TALK@@@

โฮ่ๆๆ ทำตัวเป็นซานต้าตัวกลมซักวัน
เข็นออกมาจนได้ฟิครับ วันไนท์ เดจาวู ฮ่ะๆ
มีคนบอกกันว่า อาเฮียเอวบางร่างน้อยแบบนี้ ยังจะเมะไหวรึ...ไหวซิ่ พีจังเชียร์สุดใจ

แถมท้ายด้วยรูปจากเว็บ www.lunaseagodlbessyou.net

 

 



 

edit @ 25 Dec 2007 02:08:01 by p.k.a

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

...
กรี๊ด JI นี่ยังไงๆมันก็ได้อย่างใจ ^^
ตอนพี่เจบอก "คิดถึงนะ" ไอ้เราก็นึกว่าบอกอิโนะ หลงดีดดิ้นๆ 555
กลายเป็นคิดถึงอย่างอื่นไปซะได้ เหม่
...

#1 By ~* SeLene *~ on 2007-12-24 16:10