[fic KEN] It's me...

posted on 22 Nov 2007 11:49 by pkagoldfish  in fanfic

[fic KEN] It's me..

.

written by : p.k.a 

 

 

 Note: เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก คำพูดของ KEN ใน bubbub ที่เว็บ hedfuc. ที่พูดถึงเรื่องเพลงของ ดิสนีย์ที่ชื่อ My Name Is Jamesตอนที่อ่านข้อความของ เคนแล้ว รู้สึก เป็นห่วงยังไงก็ไม่รู้ซิ่ ถึงข่าวที่ว่า งานเสร็จแล้วจะน่าดีใจก็เถอะ แต่...คิดแล้วเป็นห่วงอย่างประหลาด ยิ่งได้ฟังเพลงต้นเหตุแล้วด้วย..ยิ่งรู้สึกห่วงเคน...มันเลยออกมาเป็น ข้อความอะไรแบบนี้ล่ะมั้ง


 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

ความเย็นเยียบของอากาศแผ่ปกคลุมไปทั่วห้องแบบสตูดิโอของชายหนุ่มนักดนตรี ที่ยังไม่มีแสงไฟส่องสว่างตรงกลางห้อง หากจะบอกว่าเจ้าของห้องยังไม่กลับก็คงจะมีคนเชื่อเหมือนกัน เพราะถ้าไม่ได้ยิน เสียง ดังแผ่วๆมาจากทีวีที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง

 

 ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มนั่งขดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่ กล่องพัสดุถูกแกะวางทิ้งไว้อีกทาง จ่าหน้า ผู้ส่งจาก ดินแดนที่อยู่ห่างจนแทบจะเรียกได้ว่าคนละฝากฝั่งของโลก ไหล่ทั้งสองข้างถูกกอดกระชับเข้าหาตัว ดวงตาสีเข้มยังคงจับจ้องอยู่ที่ภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอโทรทัศน์

 

ภาพบ้านที่ก่อขึ้นด้วยอิฐ สถาปัตยกรรมที่ดูแปลกตา เมื่อเทียบกับตึกรามบ้านช่องที่ดูเปราะบาง ที่รายล้อมอยู่รอบๆบริเวณที่อยู่อาศัย  เพียงแต่ในความแปลกตานั้น เขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับมันอย่างประหลาด ราวกับว่ามีบางอย่างในใจ กำลังโหยหาที่จะกลับไปสูภาพเดิมๆ และ บรรยากาศที่ดูอบอุ่นนั่นอีกครั้ง ...

 

ดวงตาสีเข้มสะท้อนแสงกับภาพบนจอโทรทัศน์เป็นประกาย ริมฝีปากได้รูปเม้มลงเข้าหากัน เล็กน้อย ก่อนที่ ฟันคมจะกัดลงบน ปลายนิ้ว เสียงหัวเราะดังลอดออกมาจากรอยหยักยิ้มนั้น เป็นปฏิกิริยาตอบสอนองกับ ภาพเคลื่อนไหวบนจอภาพ

 

...เด็กชายผมสีดำร่างเล็ก วิ่งไปมา โดยที่กล้องวีดีโอที่ให้สีสัน ออกโทนน้ำตาลเล็กๆนั้น คอยจับความเคลื่อนไหวอยู่โดยตลอด ร่างเล็กวิ่งหลบ เสียงหัวเราะดังขึ้น ก่อนจะตามด้วยเสียงหวีดเบาๆของหญิงสาวชาวเอเชียรูปร่างแบบบางในชุดกระโปรงพลีสยาวสีฟ้าอ่อน เสื้อเชิ้ตปกใหญ่กับหนุนไหล่กว้างช่วยเป็นตัวบ่งชี้กาลเวลาได้ดีไม่น้อย

 

มานี่มา....มากินขนมเร็ว เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน ของเจ้าของกระโปรงยาว ใบหน้ากลมมุนรับกันได้ดีกับผมบ็อบสั้นที่ดูนุ่มสลวยเพราะ เส้นผมสีดำสนิทที่ดูแปลกตา  ภาพของเด็กชายร่างเล็กยังถูกจับด้วยกล้อง ผู้ถ่ายทำโบกมือใหญ่ให้เข้ามาอยู่ในรัศมี  พร้อมส่งเสียง เรียกให้ เด็กชายร่างเล็กที่กำลังอร่อยกับสโคนที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆให้หันหน้ามามอง แยมยังเปรอะเต็มสองข้างแก้ม

.
“Say…Hi…..boy!”
เสียงทุ้มนั้นฟังดูอบอุ่นและมีพลัง เด็กชายยิ้มพลางทำตาม
 “Hi…Daddy…”  เด็กชายบนหน้าจอตอบพลางยิ้มหวานพอๆกับแยมที่เริ่มจะเปลี่ยนสี ไปด้วยเจ้าตัวเริ่มผสมแยมเข้ากัน ก่อนจะใช้สโคนตักกินเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ

 

ท่าทางนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากชายร่างสูงใต้ผ้าห่มได้อีกครั้ง ไหล่กว้างสั้นไหวเล็กๆ ก่อนที่จะ ขยับกอดแขนเข้าหากันอีกหน่อย  ก่อนจะค่อยๆ เอนตัวลงด้านข้าง นอนลงกับพื้นไม้เย็นเฉียบของห้องนอนแบบสตูดิโอที่อาศัยอยู่คนเดียว ความมืดยังคงปกคลุม และ แสงไฟจาก โทรทัศน์ คือสิ่งเดียว ที่เปล่งประกาย

 

...มันคงจะดีหากแสงสว่างนี้ จะส่งความอบอุ่นผ่านมาบ้าง....

 

ถึงแม้จะคิดแบบนั้น แต่ใบหน้าได้รูปยังเปื้อนรอยยิ้ม เพราะภาพและเสียงที่ไม่ได้ยินมานานแสนนาน  ชายหนุ่มไม่อยากจะละสายตาไปจากหน้าจอ เพราะทุกๆรายละเอียดนั้น ช่วยนำความรู้สึกเป็นสุขให้ยอ้นกลับเข้ามาสู่หัวใจ ที่เหนื่อยล้า ย้อนกลับให้เขาจำได้อีกครั้ง

 

...KENTAROU….

ตัวหนังสือ ภาษาอังกฤษ ที่ถูกเขียนอยู่บนกล่องพัสดุ ด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินเข้ม ดูตัวเล็ก และ ไร้ความสำคัญไปเลย เมื่อมองดูการจ่าหน้าพัสดุโดยรวม ทำให้อดจะคิดไม่ได้ว่า ทำไมใครๆ ถึงให้ความสำคัญกับมันมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

“K…E….N” เสียงทุ้มนุ่มสะกดตัวอักษรสามตัวออกมาเบาๆ

 

ตัวอักษรสามตัวนี้ยิ่งดูมีพลังมากขึ้น ในช่วงหลายปีหลัง ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักทั้งนั้น ทุกคนให้ความสำคัญกับชื่อนี้เสมอ แม้แต่ตัวเขาเอง ที่มักจะใช้มันเป็นลายเซ็นแทนตัวแทบจะทุกครั้งไป...มันเป็นสิ่งที่แทนตัวเขา...ตัวตนของเขามานานมากเสียจนบางครั้ง ก็ดูจะลืมเลือนไปเลยว่า ยังมีบางคนเหมือนกัน ที่เขียนตัวหนังสือสามตัวนั้น ด้วยลายมือหวัดๆ และตัวหนังสือเล็ก ที่แทบจะอ่านไม่ออก


หน้าจอโทรทัศน์ที่มองด้วยมุมมองที่ต่างออกไปให้ความรู้สึกแปลกใหม่ ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอีกครั้ง กับภาพของ พื้นดินที่ถูกถ่ายเอาไว้ด้วยคนถือกล้องคงจะโดนเด็กชายวิ่งพันแข้งพันขาจนล้มไม่เป็นท่า คนถือกล้องที่ล้มไปพยายามลุกขึ้นมาใหม่ พร้อมกับ ภาพที่ถ่ายติดรอยยิ้มสดใสของหญิงสาวชาวเอเชีย เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของชายที่ถือกล้องดูจะไม่ได้ ถือโทษโกรธเด็กชายตัวเล็กเลยแม้แต่น้อยที่วิ่งทำของกินให้กลายเป็นของเล่น ตามประสาเด็กที่ยังซุกซน

 

ชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่กับพื้นยกชายผ้าขนสัตว์ผืนนุ่มแตะปลายจมูก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อเห็นเด็กชายในโทรทัศน์วิ่งเข้าไปซุกหน้ากับกระโปรงผ้าเนื้อนิ่ม ก่อนที่ท่อนแขนบางของหญิงผมสั้น จะค่อย โอบรัดรอบตัว ในขณะเดียวกับที่คนถือกล้องเองก็ ขยับเข้าไปใกล้ ภาพที่สั่นไหวอย่างเป็นจังหวะนั้นทำให้ รู้ได้ว่า คนที่เพิ่งจะล้มไปคงจะเจ็บอยู่ไม่น้อย แต่ระดับของกล้องก็ลดลงมาจนอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าเปื้อนยิ้มและแยมของเด็กชาย ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ ได้ยินเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันเล็กน้อย ทำให้ชายหนุ่ม ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

ร่างเพรียวผุดลุกขึ้นยืน แต่มือก็ยังไม่วางหอบเอาผ้าห่มผืนอุ่น ลากตามไปเปิดไฟให้สว่างทั้งห้อง มือคว้าอุปกรณ์สื่อสารมาพร้อมกับ ทรุดตัวลงบนโซฟาหนังสีน้ำตาลที่ดูอบอุ่น  สองขาชันขึ้น มือข้างหนึ่งกดหมายเลขโทรออกในขณะที่มืออีกข้างก็กอดทั้งเขาและผ้าห่มเข้าหาตัวแน่น

 

เสียงสัญญาณที่ดังขึ้นเว้นจังหวะเนิบช้าที่ได้ยินผ่านเครื่องมือสื่อสารนั้นแทบจะตรงกันข้ามกับเสียงของหัวใจที่เต้นดังอยู่ในอก มันนานแค่ไหนกันแล้ว ที่ไม่ได้ ติดต่อกลับ ด้วยเวลาที่ไม่ค่อยจะมี การทำงานที่ต้องอยู่จนดึกดื่น กว่าจะว่างพอมันก็เกินเวลาที่คนที่ปลายสายจะมานั่งรอรับโทรศัพท์แล้ว ภาพวีดีโอที่เห็นทำให้นึกห่วงสุขภาพชายร่างใหญ่นั้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นิสัยอารมณ์ดีเฮฮาไปทั่วนั้นมันก็คงจะดีอยู่หรอก แต่ก็เป็นห่วงเพราะชอบไปก่อเรื่องเสียจน ต้องบ่นโอดโอยให้อีกคนนวดให้อยู่เรื่อยไป

 “Hello?” เสียงปลายสายที่รับขึ้นฟังดูอบอุ่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยทักทายออกไป  

“Mom?...It’s me…James.”ชายหนุ่มยิ้มเมื่อเอ่ยชื่อนั้นออกไป


 ตายแล้ว เจมส์ เป็นยังไงบ้างลูก โอ้ย นี่แม่คิดถึงลูกจังเลย แล้วนี่ได้รับพัสดุหรือยังเนี่ย แล้วนี่มันดึกแล้วไม่ใช่เหร อ ทำไมยังไม่นอนอีก พักผ่อนซะบ้างนะเราน่ะ...

 

เสียงที่เอ่ยถามนั้นรัวและเร็วด้วยความตื่นเต้นจนตัวคนโทรสัมผัสได้ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทำให้บางส่วนในหัวใจนั้นสั่นสะท้านความความรู้สึกอบอุ่นที่ปรี่ล้นขึ้นมาในอก


 แม่ค่อยๆถาม ค่อยๆพูดก็ได้ เดี๋ยวก็ หายใจไม่ทันกันพอดี.... ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ เรียกเสียง ตัดพ้อจาก ปลายสายได้ ไม่ยากเลย ก่อนที่จะเริ่มพูดต่อ ผมได้ของแล้วครับแม่...ขอบคุณมาก

ได้ก็ดีแล้ว...ช่วงนี้อากาศหนาว ก็รักษาสุขภาพด้วยก็แล้วกัน...อย่านอนดึกให้มันมากนักล่ะ.... อีกฝ่ายยังกล่าวเตือนเหมือนทุกที

ผมเป็นนกกลางคืนมาแต่ไหนแต่ไร...แม่ก็รู้.... แต่เดี๋ยวก็จะไปนอนแล้วล่ะครับ ชายหนุ่มว่าพลางเปิดปากหาว
 นั่นล่ะ...แล้วทำไมไปนอนเสียก่อนค่อยโทร...กี่โมงกี่ยามเข้าไปแล้ว

ก็แค่อยากจะโทรมาขอบคุณน่ะครับ....พ่อสบายดีนะ?
 รายนั้นล่ะบ่นปวดเข่าอยู่โน่น... เสียงหญิงสูงวัยลากเสียงยาว ก่อนจะหัวเราะอย่างสดใส ฮ่ะๆ เอาล่ะๆ ไปนอนได้แล้วไป...แม่ก็จะไปนอนเหมือนกัน

...................................แม่ครับ ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตายังมองภาพของรอยยิ้ม ที่ สดใสของสมาชิกในครอบครัวทั้งสามคนบนหน้าจอ

มีอะไรเหรอ...เจมส์ อีกฝ่ายเรียกชื่อจริงของเขา ก็คงจะมีเพียงไม่กี่คนในโลกนี้เท่านั้นล่ะ ที่จะเรียกเขาแบบนี้

ไม่มีอะไรหรอกครับ....ฝันดีนะครับแม่ ชายหนุ่มยิ้ม พลางดึงผ้าห่มเข้าหาตัวอีกครั้ง
 “Good night….James”

เสียงนั้นเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนอีกครั้งก่อนที่จะตามด้วยเสียงสัญญาณถี่ๆใน หูโทรศัพท์ ชายหนุ่มร่างสูง ถอนหายใจยาว พลางยิ้ม ก่อนจะ เดินลากผ้าห่มผืนยาวตรงไปยังเตียงแล้ว ล้มตัวลงนอนลงบนเตียงนอนนุ่มอุ่น มือเรียวความหารีโมทปรับเครื่องทำความร้อนไปพลาง ขดตัวเองเข้าในผ้าขนสัตว์ผืนหนา กลิ่นอายของความอบอุ่น แผ่กระจายไปทั่ว

 

น้ำเสียงอ่อนโยนที่ได้ยินเมื่อครู่เหมือนจะดังเพียงกระซิบอยู่ที่ข้างหู

.....
Good night….James……..

  

-fin-

     

edit @ 22 Nov 2007 12:46:10 by p.k.a

edit @ 22 Nov 2007 12:48:30 by p.k.a

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มาคอมเมนท์ในนี้แทนในบอร์ดแล้วกันนะครับ...

แหะๆ, ผมเองก็เกือบไปแล้วเหมือนกันรู้ไหม?
เกือบจะเขียนว่าเคนได้รับพัสดุจากอังกฤษ หรืออะไรทำนองนั้น แต่สุดท้ายก็ออกมาแบบงงๆแบบที่ลงไปในบอร์ดนั่นแหละ

สำหรับฟิค นานเหมือนกันที่ไม่ได้อ่านเรื่องที่เคนคิดถึงครอบครัว แบบบวกๆ แบบนี้
อืม, ให้บบรยากาศอีกแบบดีเหมือนกันนะฮะ แล้วก็อุ่นๆดีด้วย

แต่งมาให้อ่านอีกนะครับ ^^

#1 By aki on 2007-11-22 12:12