[JI] untitled

posted on 03 Jul 2008 00:45 by pkagoldfish  in fanfic

" Inoue...!!! " เสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังขึ้นจากโต๊ะตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปด้านในร้านเนื้อย่าง ทำให้ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลต้องหันมองตามอย่างช่วยไม่ได้รอยยิ้มจางๆเผยขึ้นเมื่อมองไปเห็น ชายหนุ่มและหญิงสาว จำนวน 10 กว่าคนกำลังดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน


" สวัสดี....ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะ " เขากล่าวเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดตามองไปรอบๆ พร้อมกับท่าทีเขินเล็กน้อย ความจริงแล้วเขามาถึงเป็นคนสุดท้ายของงานเลี้ยงรุ่นชั้น ม.6 ห้อง C ในครั้งนี้
มันช่วยไม่ได้จริงๆ การสัมภาษณ์ในวันนี้มีการยืดเยื้อกว่าปกติ

" ว่าไง Rock Star ประจำห้อง…นึกว่าจะมาไม่ได้ซะอีก….เป็นไง… ยอดขายอัลบั้มไปถึงไหนแล้วล่ะ " เสียง Yoshina อดีตหัวหน้าห้องชั้น ม.6 ห้อง C เอ่ยถามเมื่อ Inoran เดินมานั่งลงข้างๆตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่

" ก็เรื่อยๆน่ะ....." ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆพลางรับแก้วเบียร์ที่อีกฝ่ายยื่นให้

" ไอ้ " ก็เรื่อยๆน่ะ " ของนายน่ะ หลายล้านทุกทีนี่นา...น่าอิจฉาจริงๆเลยน้า รายได้ต่อปีเยอะขนาดนั้น " Yoshina ผู้ท่ถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าด้วยความช่างพูดช่างเจรจาหัวเราะร่วน ก้อนกลมๆที่อยู่บนหน้าท้องมาตั้งแต่ไหนแต่ไร กระเพื่อมขึ้นลงจน Inoran เองก็ออดจะคิดไม่ได้ว่าคนๆนี้เหมือนใครบางคนที่อยู่ที่วง        ( Shinya : ฮัดดเช้ยยย !!!)


" มันก็แค่ตัวเลขน่า...ขอร้องล่ะ อย่าพูดเรื่องงานเลย มาเลี้ยงรุ่นก็ต้องพูดเรื่องพวกนายด้วยซิ่ ตอนนี้ทำอะไรกันอยู่เหรอ " Inoran รีบเปลี่ยนประเด็นอาจจะเป็นเพราะว่า...ช่วงเวลา หนึ่งอาทิตย์ในตอนนี้เป็นช่วงหยุดพักของเขาก็เป็นได้ ....เขาจึงไม่ค่อยอยากจะคิดเรื่องงานซักเท่าไหร่

" อ้าว ! ก็มันน่าอิจฉาอย่างที่ Yoshinaคุงว่าจริงๆนี่นา....ในขณะที่พวกเราหลายคนถือกระเป่าเดินเข้า Office Inoue คุงกลับถือกีต้าร์ขึ้นรถไฟตระเวนแสดงตามที่ต่างๆ มันน่าประทับใจมากๆเลยล่ะ " เสียงใสๆของ Ishikawa ดังขึ้น ภาพของเด้กสาวที่เคยมัดผมเปียเรียบร้อยไปโรงเรียนหายไปจนแทบจะจำไม่ได้ ผมเปียยาวลงมาถึงกลางหลังถูกหั่นจนสั้นย้อมเป็นสีน้ำตาลแดง ใบหน้าอ่อนวัยถูกแต่งแต้มด้วสีสันให้เข้ากับใบหน้ายามที่เวลามันผ่านเลยไป...ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์จะปลี่ยนนไปแต่เสียงใสๆของเธอที่เคยออกอากาศให้ฟังทุกพักเที่ยงนั้นยังเป็นที่จดจำได้เป็นอย่างดี

" ฮ่ะๆ ขอบใจ..."

" ว่าแต่นะ Inoue คุงแล้ว Onoseล่ะ Onose Jun น่ะแต่ก่อนเคยเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ ฉันก็นึกว่าเขาจะมาด้วยนะเนี่ย! " เสียงWatanabe คนที่เป็นที่รู้กันดีอยู่ว่าบ้าดารานักร้องมากขนาดที่ยอมทานขนมรสชาติไม่ได้เรื่องเพียงเพราะต้องการจะเอาไปส่งชิงโชคของที่ะลึกจากดาราคนโปรดมาเก็บเอาไว้ในคอลเล็คชั่นรู้สึกว่า....แม้แต่ตอนนี้เธอก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ....ตาเป็นประกายระยิบระยับเชียว

" J เอ่อ...Jun น่ะเหรอ จะมาทำไมล่ะ นี่มันงานเลี้ยงห้อง C นะไม่ใช่ของห้อง D หรือว่าอยากให้มา ฉันจะได้โทรตามแล้วฉันจะกลับเอง ..." เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเอ่ยประชดประชันพร้อมรอยยิ้ม

“ ก็แหม…..ก็ฉันชอบของฉันนี่นา…..นี่ๆ วันหน้าวันหลังขอตั๋วคอนเสิร์ตหน่อยได้รึเปล่าล่ะ “ คำถามนี้ทำเอาทั้งโต๊ะหันมามอง Inoran แทบจะเป็นตาเดียว…ทำเอาคนถูกถามถึงกับเหงื่อตก

“ เอ่อ….ก็จะดูให้ก็แล้วกันนะ…..” เสียงนุ่มกระอ้อมกระแอ้มตอบ ก่อนจะยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม….ถึงแม้ว่าบัตรคอนเสิร์ตเขาจะสามารถขอได้ก็เถอะแต่จำนวนของมันก็มีแค่ไม่กี่ใบ…. ถ้าจะให้เดินเข้าไปขอเพิ่มมันก็ ออกจะทำหน้าลำบากอยู่เหมือนกัน

“ แต่ Inoue คุง ฉันชอบ Onose จริงๆนะ….. เขามีแฟนแล้วรึยังอ่ะ…ได้ข่าวว่าควงคนที่ผมสีน้ำตาลอยู่แต่ไม่รู้ว่าใคร…บอกหน่อยนะๆๆๆ “ แต่ก่อนจะได้คีบเนื้อย่างเข้าปาก ชายร่างบางก็ต้องชะงักเมื่อ Watanabe หันมาเขย่าแขนตื๊ออีก

“ คนผมสีน้ำตาล ? …..” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของชายหนุ่มฉายแววฉงน

“ ก็นี่ไง ….” เธอพูดก่อนจะก้มลงดึงเอานิตยสารพวกข่าวซุบซิบดาราออกมาจากกระเป๋าเป้ใบโต ในหน้านิตยสารปรากฏภาพของชายหนุ่มร่างสูงผมทองที่มีใบหน้าเป็นที่คุ้นตากันเป็นอย่างดีโอบไหล่ “ สาวปริศนา “ ออกมาจากผับแห่งหนึ่งใจกลางกรุงโตเกียว …

“ J แห่ง Luna Sea เดทแสนหวานยามราตรี…. สาวปริศนาเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคนนี้เป็นใครกัน?……” Inoran ฉวยนิตยสารที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายมาอ่านพาดหัวเบาๆ ก่อนจะเหลือบมอง ใบหน้าที่ดูจริงจังเหลือเกินของ Watanabe… เคยได้ยินมาบ้างเหมือนกันว่าตอน ม. ปลาย Watanabe กรี้ดกร้าด เพื่อนร่างสูงของเขาอย่างกับอะไรดี แต่……

“ อ่ะ…เอ่อ…ฉันไม่รู้เรื่องนะ ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ….” Inoran หลบสายตาคาดคั้นเอาคำตอบของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

“ Watanabe….คงจะเห็นว่า Inoue คุงสนิทกับ Onose คุงดีล่ะมั้ง…ไม่อย่างนั้นคงจะไม่คบกันทำงานด้วยกันได้มาจนถึงป่านนี้หรอก “ Ishikawa เอ่ยขึ้นแทรก

“ สนิท? มันก็ใช่อยู่หรอกนะ…แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะรู้เรื่องส่วนตัวของหมอนั่นนี่นา….” Inoran พูดพลางคีบชิ้นเนื้อเข้าปาก ความรู้สึกอึดอัดจากสายตาคาดคั้นของ Watanabe ค่อยทุเลาลงมาเล็กน้อยเพราะเสียงนุ่มๆของ Ishikawa แต่ในเมื่อประเด็นของการสนทนายังไม่เปลี่ยนไป ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลก็ยังไม่สามารถกินอาหารจัดเลี้ยงได้อย่างสนิทใจอยู่ดี

“ อ๊ะ ! “ Inoran อุทานขึ้นเบาๆเมื่อมือเรียวของหญิงสาวยื่นข้ามโต๊ะมาลูบเส้นผมของเขาเบาๆ

“ ทำไมเงียบไปซะล่ะ…….ทำหน้าเคร่งขรึมแบบนั้นแล้วอดจะแปลกใจไม่ได้เลยนะ…พวกเรา “ เธอหันไปหาเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ “ ว่านี่จะเป็นเด็กผู้ชายคนเดียวกับที่เราจับแต่งชุด เมดสาวแสนสวยน่ะ “

“ ใช่ๆ! ตอนนั้นผมยาวกว่านี้นี่นา….หน้าใสไร้ “ ห่วง “ Yoshina พยักหน้าเห็นด้วยพลางยกมือขึ้นเสยผมสีน้ำตาลที่ตกลงมาขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นห่วงเงินที่ติดอยู่กับคิ้ว

“ ครับ…ตอนนี้ผมมันน่าไม่ใสแล้ว…แต่….ทำลงไปได้ยังไงกันน้า…..”” ชายหนุ่มหัวเราะน้อยๆ ในหัวนึกถึงภาพของตัวเองที่ยืนเอานิ้วจิ้มแก้มถือร่มสีอ่อนถ่ายรูปในวันวัฒนธรรม

….น่ารักดีนะ ….เหมือนเด็กผู้หญิงเลย….พูดออกมาได้ไงนะเจ้าบ้านั่นน่ะ.....


“ ฉันโกรธกับเจ้า Jun ก็เรื่องนี้ล่ะ …. มาว่าฉันเหมือนผู้หญิง “ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองฟองอากาศที่ค่อยๆลอยขึ้นสู่ปากแก้วช้าๆ เขาจำได้ว่าเขาไม่พูดกับ เด็กหนุ่มผมทองคนนั้นไปหลายวันเหมือนกัน

“ อ่ะ ใช่ๆ ช่วงนั้นฉันเห็นพวกนายไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่…ที่แท้ก้โกรธเรื่องนี้นี่เอง…แต่เจ้า Jun มันก็เป็นห่วงนายนะ ตามมาเฝ้าเลยไม่ใช่รึไง “

“ เฝ้า ? ”

“ ก็ใช่น่ะซิ่ ขนาดมาบอกฉันเลยนะว่า…ช่วยดู Ino ให้ด้วย เดี๋ยวจะโดนลวนลาม “ Yoshina สาธยาย ความทรงจำย้อนกลับไปเมื่ออดีต Onose Jun เด็กหนุ่มร่างสูงผมทอง ท่าทากวนโอ้ย เดินมาสะกิดไหล่เขาเบาๆไหว้วานให้ช่วยดูแลให้ด้วย

“ ลวนลาม เหรอ….มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย “ ชายหนุ่มผมทองหน้าตาเหลอหลา ทั้ง Watanabe ที่นั่งฟังอยู่อย่างเงียบๆหลังจากสงบปากสงบคำแล้วกับ Ishikawa ต่างก็พร้อมใจกันพยักหน้า

“ คนอื่นเขาโดนกันหมดนั่นล่ะ มีนายคนเดียวไม่โดน…เส้นใหญ่ก็แบบนี้ล่ะ “ ชายร่างท้วมยืดอกท่าทางภูมิใจ

“ แหมๆ…..Yoshina ได้ทีล่ะยกหางตัวเองใหญ่เลยนะ “ Watanabe แขวะ

“ ก็มันจริงนี่นา…..” พลางหัวเราะออกมาอีกครั้ง

“ เออนี่ Inoue คุงเธอยังไม่ได้ตอบฉันเลยนะว่า Onose น่ะมีแฟนแล้วรึยัง ….” ราวกับจะเรียกความจำคืนได้หญิงสาวหันมาสะกิดไหล่ของมือกีต้าร์ร่างบางทันที

“ อ่ะ….เอ่อ…มีแล้วมั้ง ไม่รู้ซิ่ก็บอกแล้วว่าเรื่องส่วนตัวหมอนั่น “

“ ก็เห็นตอน ม. ปลายตัวติดกันยังกับตังเม แถมทำงานก็ทำด้วยกันก็นึกว่าจะรู้ทุกอย่างซะอีก “ เสียงของ Watanabe เริ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด คำพูดแบบนั้นของ หญิงสาวทำเอาชายหนุ่มต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ ถึงจะทำงานด้วยกัน แต่ก็ใช่ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอด…..เป็นเพื่อนกันก็ใช่ว่าจะรู้ไปซะทุกเรื่อง อย่างตอนนี้ หมอนั่นก็คงจะไปอยู่กับเพื่อนของเขา ซึ่งฉันเองก็อาจจะไม่รู้จัก…. แต่มันไม่จำเป็นเลยว่าจะ…ต้องอยู่ด้วยกัน….ความจริงฉันคิดว่าถ้าฉันไม่ได้ทำวงแล้วหมอนั่นตัดสินใจเรียนต่อ…ฉันคิดว่าเราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่……watanabe? ฟังอยู่รึเปล่าทำไมมองหน้าฉันด้วยสายตาหวานซึ้งแบบนั้นล่ะ “ Inoran ชักจะเหงื่อตก มันทำให้เขานึกถึงใครบางคนที่อยู่ที่วง…อีกแล้ว            ( Ryu: ฮัดเช้ยยยยย !! )



ก็ที่เธอพูด มันไปกระตุ้นต่อมจินตนาการฉันนี่นา…..

 

“ watanabe นี่เธอคงไม่……” Inoran ขยับถอยห่าง ท่าทางแบบนั้นมันทำให้เขานึกถึงกระดาษหลายๆปึ๊งที่ J เคยหอบมาให้เขาอ่านถึงห้อง …. ชายหนุ่มยังไม่ทันได้พูดจบประโยคหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าก็พยักหน้าหงึกหงัก ราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร

“ โธ่ ! ไม่เอาน่า ถ้าเธอจะจินตนาการฉันกับหมอนั่นไปถึงขนาดนั้นล่ะก็ หยุดเลยนะ…..เธอทำให้ฉันกลัวผู้หญิงขึ้นมาเลย…..นี่ Ishikawa พวกผู้หญิงเขาคิดแบบนี้กันหมดเหรอ “ Inoran หันไปหาสาวสวยผมแดง แต่คำตอบที่ได้รับกลับด้วยรอยยิ้มที่สุดจะเดาความหมาย

“ หมายความว่ายังไงล่ะนั่น……” คิ้วเรียวขมวดมุ่น

“ ก็หมายความว่าเขาคิดเฉพาะพวกที่จี๋จ๋ากันมามาตั้งแต่ มัธยมแบบพวกนายน่ะซิ่…..” Yoshina เสริมพลางหันหน้าไปพยักเพยิดกับ Ishikawa

“ พวกนายนี่……” Inoran ส่ายหัวเบาๆ โชคดี ที่ทั้งเบียร์และความร้อนจากเตาเนื้อย่างที่กำลังกินกันอยู่ช่วยอำพรางใบหน้าแดงก่ำของเขาได้เยอะจนไม่มีใครจะเอะใจสังเกต เห็น

“ เอาเป็นว่านะ Watanabe …..ถ้ามีข่าวคราวอะไรแบบนี้ออกมาอีกนะ ฉันจะได้ไปบอกให้หมอนั่นระวังตัวมากกว่านี้….ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนให้เขาถ่ายรูปได้แบบนี้น่ะ ….อ้อ แล้วฉันจะบอกให้ก็แล้วกันว่าเธอชอบ “ Inoran หันไปขยิบตาให้อีกฝ่าย



ความทรงจำเก่าๆมากมายเริ่มจะพรั่งพรูออกมา ยิ่งมีแอลกอฮอล์ เป็นส่วนสผมอย่างดีกับเนื้อย่างรสชาติเยี่ยมด้วยแล้วการขุดคุ้ยเอาเรื่องราวต่างๆออกมาพูดยิ่งเป็นที่สนุกสนานมากยิ่งขึ้น …ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ Inoran เถียงอาจารย์ด้วยถ้อยคำที่แม้แต่คุณแม่ก็ยังอึ้ง
“ พวกผู้หญิงก็ผมยาวทำไมผมจะไว้มั่งไม่ได้…..” แล้วก็ตอนที่เดินมาดรงเรียนในเช้าวันที่จะต้องขึ้นรถไปทัศนะศึกษาด้วยผมที่สั้นเท่าบ่า…..เพราะอยากไปก็เลยตัดหรอกนะ Inoran รีบแก้ตัวเมื่อเดินขึ้นรถ   Yoshina ที่ขึ้นรถไฟผิดขบวนจนทำให้เกือบไม่ได้กลับมาจาก ฮอกไกโด …. Wataabe ที่นอนแช่น้ำร้อนจนเป็นลม ลำบากเพื่อนต้องลากกันออกมาและ Ishikawa ที่เคยล๊อคตัวเองเอาไว้ในห้องกระจายเสียง นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องราวอื่นๆอีกมากมายที่ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กลับคืนมาอีกครั้ง ….

“ ดีจริงๆเลยนะที่ได้มาเจอกันอีกแบบนี้…. “ Inoran พูดกลั้วเสียงหัวเราะ เมื่อเพื่อนคนนึงเพิ่งจะล้ออาจารย์ใหญ่ว่าหน้าเหมือน กบเคโระ

“ นั่นซิ่นะ…จากการที่แยกกันไปมีทางของตัวเอง แล้วได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง มันทำให้เรารู้ว่าเราเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ….” Ishikawa พูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง

“ ใช่…….เสียดายจังที่เพื่อนบางคนก็มาไม่ได้ ทั้งๆที่คิดว่าจะมาได้แท้ๆ “ ชายร่างท้วมถอนหายใจ …เพื่อนๆหลายคนมาร่วมงานในครั้งนี้ไม่ได้เนื่องจากติดงานและมีธุระกระทันหัน “ แต่คนที่คิดว่าไม่น่าจะมาได้อย่าง Wolf Boy กลับมาได้แฮะ “ ฝ่ามืออวบอ้วนตบลงบนไหล่บางดังป้าบ

“ ก็อาทิตย์นี้ไม่ค่อยมีงานน่ะ พักเอาแรงก่อนทัวร์ ….. อ๊ะ! โทษทีนะ “ ชายหนุ่มยกมือเรียวขึ้นเป็นเชิงขอตัวพลางดึงเอาโทรศัพท์ที่เขาคิดว่ามันกำลังสั่นออกมาจากกระเป๋ากางเกง
 


“ ฮัลโหล… Inoran ครับ….”
“……………………..”


“ อืม…..เลี้ยงรุ่นน่ะ “
“………………………”


“ อ้อ ...เหรอ อืมๆ จะรีบกลับเดี๋ยวนี้ล่ะ….”
“………..”
“อืม แล้วเจอกัน…“



หลังจากแยกตัวออกไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับโทรศัพท์ได้ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มผมสีน้ำตาล ก็เดินกลับเข้ามาที่โต๊ะอีกครั้ง

“ แฟนโทรมารึไง Inoue ! “ Yoshina ตะโกนแซวจากอีกด้านหนึ่งของโต๊ะยาว ขณะกำลังเดินเติมเหล้าให้เพื่อนๆ หากแต่เจ้าของชื่อก็หาได้ตอบอะไรไม่ แค่ ยิ้มเล็กๆเท่านั้น

“ แหมๆ ท่าทางจะเดาถูกนะ Yoshina !” Watanabe รีบตามมาสมทบอีกคน ก่อนจะพาเพื่อน คนอื่นๆ หัวเราะร่วน ทำเอา Inoran ถึงกับพูดไม่ออก ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลยกมือขึ้นทั้งสองข้างเป็นเชิงว่า ยอมแพ้แล้ว

“ โอเคๆ พวกนายเดาถูก ......ฉันไม่เถียงหรอกนะ แล้วอีกอย่าง คือ ฉันจะต้องกลับแล้วด้วย “

“ อ้าว ! Inoue คุง จะกลับแล้วเหรอ “ เสียงของ Ishikawa ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“ อืม....พอดี “ เขา “ โทรมาตามน่ะ “ Inoran ยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืน บอกลากับเพื่อนๆ แล้วเดินกลับมาหยิบเสื้อแจ๊กเก็ตที่แขวนเอาไว้กับพนักเก้าอี้ แต่ก่อนที่ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลจะได้เดินไปไหน ร่างท้วมของอดีตหัวหน้าห้องก็เดินมาขวางอีกฝ่ายเอาไว้

 “เอ่อ....Inoue .....ความจริงแล้วพวกเรากะว่าจะเล่นเกมอะไรกันซักหน่อย หลังจากที่เจ้าพวกบ้านี่เริ่มเมากันได้ที่แล้ว แต่ในเมื่อนายมาถึงเป็นคนสุดท้าย แต่ดันคิดจะกลับก่อนแบบนี้.........พวกเราขอเสนอ.......THE BOX !! “ ว่าแล้วมือ อวบอ้วนของ Yoshina ก็ฉวยเอากล่องกระดาษสีดำออกมาจากใต้โต๊ะ พลางชูให้เพื่อนๆได้เฮกันหนึ่งรอบ

“ พวกเราได้เขียนคำถามหรือ request อะไรก็ได้ที่อยากเขียนลงไป ซึ่งแน่นอน นายที่มาช้าก็ไม่ได้เขียน “ ชายหนุ่มร่างท้วมเริ่มอธิบาย “ ฉันจะทำการหยิบคำถามขึ้นมาหนึ่งคำถาม ไม่ว่ามันจะเป็นคำถาม หรือ อะไร ก็ตาม จงทำตามโดยไม่มีข้อแม้ซะนะ....” เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เข้าใจกฎกติกา ชายหนุ่มร่างท้วมก็หยิบเอากระดาษเล็กหนึ่งแผ่นขึ้นมา


“ คำถามครับ.........” นิ้วชี้อวบอ้วนตั้งตรงเรียกความสนใจจากพวกเพื่อนๆ

“ คุณ Inoue Kiyonobu ..........ตอนนี้ คุณมีความสุขดีรึเปล่า..........ให้ตายใครเขียนคำถามนี้วะ ! จะไปประกวด นางงามเรอะ !! “  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำถามที่ “ น่ารักดี " แต่ยังไงมันก็ฟังไม่เข้ากับวงเหล้าในร้านเนื้อย่างอยู่ดี ....

“ ฮ่ะๆ ถ้าอย่างนั้น ฉันก็กลายเป็นนางงามน่ะซิ่.........” ชายหนุ่มผมน้ำตาลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำท่าถือไมค์แบบที่เคยเห็นพวกนางงามชอบทำกันในทีวี “ ค่ะ......ตอนนี้ดิฉันมีความสุขดีค่ะ “ Inoran จีบปากจีบคอตอบ ทำเอาเพื่อนๆ หัวเราะจนแทบจะตกเก้าอี้

“ ฮ่ะๆ เอาใหม่ๆ ขอแบบจริงจังหน่อย Inoue “ ชายร่างท้วมโบกมือไปมาเพราะรับไม่ได้จริงๆกับท่าทีของอีกฝ่าย
     .......หมอนี่เนี่ยนะ..........กล้าแสดงออกมากขึ้นนะเนี่ย...........

“ อื้ม ! ฉันมีความสุขดี........." ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นเป็นประกาย... มันเป็นความสดใสที่พบเห็นได้บ่อยๆตอนที่อยู่ที่โรงเรียน....แววตาที่มักจะมีให้กับใครบางคนเสมอมา.....



" งั้นไปก่อนนะ “ ชายหนุ่มผมน้ำตาลตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะโบกมือลาทุกคนแล้วเดินออกมา



.....................



“ สาวปริศนาอย่างนั้นเหรอ.............J .....วันนั้นฉันบอกนายแล้วนะว่า อย่าเพิ่งออกไป “ Inoran หัวเราะเบาๆก่อนจะ สต๊าร์ทเครื่องยนต์เฟอร์รารี่สีดำแล้วขับตรงไปยังอพาร์ตเมนท์ของตัวเองทันที


 

-fin-

@@@talk@@@

ยังคงไม่วาย(?) กับการเอาของเก่ามาหากิน
พอดีว่าไปขุดเจอ เป็นเรื่องที่แม้แต่เจ้าตัวก็จำไม่ได้ว่าเคยแต่ง...คิดดูละกัน....
แต่อ่านแล้วก็ชอบตัวเองเมื่อก่อนจัง เขียนได้โดยไม่ต้องขึ้นกับใคร
ไม่ต้องมีใครนำไป หรือนำใคร เราอยู่ด้วยตัวเราเอง

ตอนนี้เหรอ...ความเป็นตัวตรงนั้นดูจะเลื่อนลอยๆพิลึก อยากให้กลับมาอีกจัง ด้านที่เขียนฟิคได้อุ่นๆของฉัน

[fic JI] ...... is in the air

posted on 26 Jun 2008 22:05 by pkagoldfish  in fanfic

ไม่มีอะไรทำ เอาฟิคเก่า (มากกกก) มาโพสต์ใหม่ ด้วยความที่ว่า เดี๋ยวนี้ไม่ได้แต่งฟิคเลย
เจไอ วันไนท์ กำลัง แต่งต่อ...หลังจากคนเขียนมืดมนไปนาน...ปัจจุบันก็มืดอยู่
ใครที่รออยู่ อดใจรอหน่อยนะคะ

 

.................................................................. 

 

[JI] ..... is in the air p.k.a's short story collections NO.7....มั้ย

(โพสต์ครั้งแรกใน reflection board ปี 2545แน่ะ)

 


[JI]  ...... is in the air


          ...คุณเคยมองหาอะไรที่คุณรู้ดีว่ามันไม่ได้อยู่ที่นั่นบ้างหรือเปล่า....


          ผมเคยนะ....ในอากาศธาตุตรงนั้น ที่มันอบอวลอยู่ระหว่างผมกับเขา....ผมค้นหามัน...ยามที่ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมา....มักจะเงี่ยหูฟัง  เมื่อเสียงทุ้มต่ำนั่นดังขึ้นสนทนากับผม แม้เมื่อยาม สัมผัส....มือแกร่งที่มักจะวางลงบนไหล่ของผมเสมอๆ.....ผมหวังไว้เล็กๆว่า......"  มัน " จะอยู่ตรงนั้น

          ไม่รู้นะว่าจะเรียกมันว่าอะไรดี.....มิตรภาพ งั้นเหรอ...ไม่...มันมีมากกว่านั้น....ผมต้องการมากกว่านั้น....ทุกๆอย่างนั้น....อยากให้มอบให้กับผมคนเดียวเท่านั้น....

 


          #### ##### #### #####

 

          " อรุณสวัสดิ์ Ino...."


          เขาทักผมด้วยน้ำเสียงที่สดใสและใบหน้าที่ยิ้มแย้ม...เหมือนทุกๆวัน ทำไมกันนะช่วงนี้รอยยิ้มนั่นทำให้ผมรู้สึกหวั่นใจเล็กๆ.....กลัวที่จะรู้สึกมากไปกว่านี้  กลัวจะ ชอบ....มากไปกว่านี้

  

        " อรุณสวัสดิ์ Ryu ! ....Sugi !...Shin - chan "

 


          มันคงจะดีไม่น้อยถ้ารอยยิ้มนั่นเป็นของผมคนเดียว

 

          "เออนี่...Ino นายว่าท่อนนี้เป็นไงมั่งอ่ะ "

 

         ....อย่าขยับเข้ามาใกล้นักได้มั้ย นายนี่มันงี่เง่าจริงๆ...
         ....รู้ตัวบ้างรึเปล่าว่าไอ้ กลิ่นเป๊บเปอร์มินท์นั่นมันหอมมากขนาดไหน...

 


          " นี่....หน้าฉันมีอะไรติดอยู่งั้นเรอะ...จ้องซะ " เขาหันมาถาม
          " อะ...เปล่านี่....ไม่มีอะไร ว่าแต่อย่ามานั่งเบียดนักได้มั้ย " ผมขยับตัวเองออกมาก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีแกล้งทำเป็นสนใจกับกระดาษโน๊ตที่วางอยู่ตรงหน้า ว่าแต่ หมอนี่จะรู้บ้างมั้ยว่า ผมกำลงพยายามแทบตายที่จะไม่ให้หน้ามันแดงไปมากกว่านี้....


          " เหรอ...เออ แล้วสรุปนายคิดว่าไง..."

          ...ว่าแล้วก็ยังขยับเข้ามาใกล้อีก....
          ...ฟังที่คนอื่นเขาพูดมั่งรึเปล่าเนี่ย!...


          " ไม่รู้ !....นายคิดเองก็แล้วกัน.....ฉันจะไปซื้อบุหรี่ !! "

 

 

          #### ###### ####

 

          ....บ้ารึเปล่านะ....ทั้งๆที่อยากจะอยู่ใกล้เขา....แต่กลับลุกออกมาแบบนี้ ช่วยไม่ได้นี่นะ เรื่องแบบนี้มันใช่จะรับกันได้ง่ายๆที่ไหน แม้แต่ตัวเองก็ยังต้องตกใจเมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งก็รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองนั้นมันเรียกร้องหาแต่  " J " ผู้ชายคนนั้น...คนเดียวเท่านั้น....เพราะอะไรกัน หมอนั่นเป็นเพื่อนที่ดีของผมมาตลอด 

          เราเว้นระยะห่างเอาไว้เพียงแค่คำว่าเพื่อนมาตลอด คำพูดของเขาที่ปลอบโยนผมในยามที่ผมรู้สึกไม่ดี....อ่อนแอ  มือแกร่งที่ยื่นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเปิดเผย...ความจริงใจและความอบอุ่นที่สามารถรู้สึกได้ถูกถ่ายทอดออกมา ผ่านดวงตาคู่นั้น....แต่เขาก็มักจะเป็นแบบนั้น....ใจดีและเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นๆเสมอ.... มันคงจะดีไม่น้อยถ้าความใจดีนั่นมีให้ผมคนเดียว....

 

          ####### ##### #######

 

          " นี่ J...."

          " อะไรเหรอ ...." เขาพูดพลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ควันสีเทาจางๆถูกปล่อยออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น....ท่าทางสบายๆที่เขานั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆผมในร้านเหล้า.....เหมือนอย่างทุกทีที่เราออกมาดื่มด้วยกัน

          " วันก่อน...ไปส่ง ryu มาใช่ป่ะ ..." ผมหันไปถาม....เมื่อนึกถึงเรื่องที่เขาเป็นคนอาสาขับรถพานักร้องนำของวงไปส่งถึงอพาร์ตเมนท์....ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ในเมื่อรถของ ryuichi เสียแล้วในตอนนั้นคนที่พอจะขับรถไหวก็มีแต่ J คนเดียวเท่านั้น...แต่ก็อดที่จะ....อิจฉาไม่ได้
         

          " ถ้า...ฉันเป็นอะไรขึ้นมา...นายจะมาช่วยฉันบ้างมั้ย "
         

           " หมายความว่าไง "
         

           " ก็นะ....ถ้าฉันอยากจะให้นายช่วยน่ะ...นายจะมามั้ย " .... คำถามบ้าๆแบบนี้ เขาจะว่ายังไงนะ
         

           " แน่นอน....ก็ต้องไปซิ่ " เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
         

           " แล้วถ้า...เป็นคนอื่นล่ะ...ฉันหมายถึงพวก shinya ล่ะ "
         

           " แน่นอน....ก็พวกนายเป็นเพื่อนฉันนี่นา....".

 

           ...... เพื่อน....ผมชักจะเกลียดคำนี้ขึ้นมาซะแล้วซิ่

 

          ........................

 


          " มาสเตอร์! ขออีกแก้วครับ ! " ......แต่ยังไงซะเขาก็เห็นผมเป็นแค่เพื่อน ทุกๆอย่างที่มีระหว่างเราสองคนนั้นมันก็แค่...เพื่อน.....ไม่มีหรอก ไอ้ของที่ผมมองหาอยู่น่ะ !!
         

          " เฮ้ๆ !! ino เบาหน่อย...ดื่มมากไปแล้วนะ! "
         

          " แล้วนายสนด้วยเหรอ....แค่ เพื่อน ดื่มมากไปเนี่ย...นายสนด้วยเหรอ ! " อาจจะเป็นเพราะแอลกอฮอล์...ที่ทำให้ผมฉุนเฉียวได้ขนาดนี้....น่าอายชะมัด....ไม่อยากให้เขาเห็นเลย.....ผมรีบควักสตางค์ขึ้นมาจ่ายค่าเครื่องดื่ม พอรู้ตัวอีกทีก้เดินออกมาจนเกือบจะถึงที่จอดรถซะแล้ว.......

          " Ino นายจะกลับทั้งๆแบบนั้นน่ะเหรอ ! " เสียงเขาตะโกนไล่หลังมา....
     

          " อย่าเดินตามมานะ ! " ผมตะโกนลั่น....แต่เสียงฝีเท้านั่นก็หาได้หยุดลงไม่....แล้วร่างสูงโปร่งของเขาก็มาหยุดอยุ่ตรงหน้าผม ท่าทางจะยังงงๆอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คิ้วที่ขมวดจนแทบจะเป้ยปมกับดวงตาที่เป็นประกายคู่นั้นมันก็พอจะให้ผมรู้ได้ว่า....เขาก็กำลังฉุนอยู่เหมือนกัน

          " ทำไมวะ !....อย่าบอกนะว่าจะขับรถกลับทั้งๆสภาพแบบนั้น ดูซิ่...เดินยังเดินไม่ตรง ขืนปล่อยให้นายขึ้นรถนั่นไปก็ไม่เรียกว่าเพื่อนแล้วโว้ย !! "
       

          " ก็ใครเขาอยากจะเป็นแค่เพื่อนล่ะ !! "
       

          " ??? !! "
       

           " อ่ะ...."

 

         ....นี่...เมื่อกี้ผมพูดอะไรออกไปน่ะ.... ให้ตายซิ่..ทำไมหน้าต้องแดงด้วยวะ....
         

          " ถ...ถอยไป J ฉ...ฉันจะกลับแล้ว " ผมยกแขนขึ้นผลักเขาออกไปจากทางเบาๆ....หวังอยุ่อย่างเดียว...ขอให้ได้ไปพ้นๆจากตรงนี้ซะที...แต่....มือคู่นั้นกลับยึดไหล่ของผมเอาไว้

          " เดี๋ยว....เมื่อกี้ไม่ค่อยเข้าใจ.....นายอยากจะเป็นอะไรนะ ?  "

         

          ......ตายแน่....รอบข้างก็ไม่มีใคร ....นี่มันลานจอดรถตอน ตี 1 นะ....แล้วผมในตอนนนี้ก็.... 

          .....ทนไม่ได้แล้ว...

          .......สัมผัสอุ่นของริมฝีปาก ....จากผมคนนี้....เขาจะรู้สึกยังไงนะ....ขยะแขยง? แต่มันช่วยไม่ได้เพราะ มันชอบไปแล้วนี่นา ....

 

          " Ino...." น้ำเสียงของเขาแหบพร่า มือใหญ่ยกขึ้นปิดริมฝีปาก  หลังจากที่ผมถอนริมฝีปากออกแล้ว 
         

           " นั่นล่ะสิ่งที่อยากเป็น....คงจะตกใจซิ่นะ....คงไม่คิดซิ่นะว่าฉันจะทำอะไรแบบนี้...."  ผมจ้องมองเขา...ลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น...ค้นหาสิ่งที่ผมอยากจะให้มันฉายแววอยู่....

          " J...นายอาจจะไม่รู้หรอกนะ ว่าไอ้ความใจดีของนายน่ะ...มันทำให้ฉันรู้สึกยังไง....เหมือนคนเป็นบ้า
          ที่เฝ้ามองหาไอ้สิ่งที่มันไม่มีอยู่....ฝันอยากจะให้มันเป้นจริง....ทุกๆคำพูดของนาย..ทุกย่างก้าว...รอยยิ้มทั้งหมดนั้น....ฉันอยากให้มันเป็นของฉัน ทั้งๆที่รู้ดีว่าระหว่างเรามันก้เป็นเพียงแค่เพื่อน.....ฉัน......ก็แค่...รักนายก็เท่านั้น " ผมกำลังสั่น...มันไม่ใช่เพราะอากาศแน่ๆ มันสั่นเพราะความรูสึกทั้งหมดนี่ต่างหาก...ผมทนมามากเกินพอแล้ว

 

          " นายคิดว่าที่ฉันใจดี เป็นเพราะฉันเห็นนายเป็นแค่เพื่อนงั้นเหรอ... " น้ำเสียงที่กล่าวขึ้นนั้นฟังดูอ่อนโยนพอๆกับมือใหญ่ที่ยกขึ้นแตะที่ข้างแก้มของผม   " ...ระหว่างฉันกับนาย มันมีความเป็นเพื่อน....ใช่ นายเป็นเพื่อน ... แต่ฉันอยากจะบอกให้นายรู้เอาไว้ว่านาย...เป็นคนที่สำคัญที่สุด......สำคัญมากเสียจนแม้แต่ตัวฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งนั้นว่าอะไร ....รัก ?"

 

          ...หลังจากที่มองหามานาน....ระหว่างเรา.....ตรงกลางในอากาศธาตุที่มองไม่เห็น..

...สิ่งที่เคยเฝ้ามองหา......มัน....อยู่ตรงนั้น...

 


          - fin-

ไม่มีอะไรมากค่ะ
วันนี้ พูดถึงเรื่องของการเขียนฉาก...ติดเรท...
พอดีว่า ตัวเองของเราทั้งคู่นั้น ดูจะใจแตกกันอย่างกู่ไม่กลับเสียแล้ว

ตอนที่เขียน ครั้งแรก กะคุรุมะ...

เรานึกถึงคำว่า  passion และมันทำให้ฉากที่ออกมา ค่อนข้างจะหวือหวา และ รุนแรง จนทำให้คิดว่า

"เฮ้ย...มันรักกันแน่หรือวะ" เลยคุยกันว่า เออ จะเขียนใหม่

แล้วเก็บไอ้ แพชชั่น เอาไว้เป็น เวอร์ชั่นใต้ดิน ฮ่ะๆ

แต่...

พอมาเขียนเวอร์ชั่นใหม่ เคะ ของเราก็ดูจะนุ่มนิ่ม อ่อนหวานเสียจนน่าตกใจ

เมื่อมาถึงตอนนี้ ... ที่ใกล้จะถึงเวลาที่จะต้องโพสมันลงบอร์ดเต็มที

ด้วยความบ้าของข้าพเจ้าเอง ก็เลย คิดว่า น่าจะปรับเปลี่ยนอะไรเสียหน่อย

นั่นคือการเอาสองเวอร์ชั่นมาผสมกัน... ฮ่ะๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่า ไอ้ฉากประเภท ดุเผ็ด กับ หวานโคตรๆ เมื่อเอามาผสมกันแล้วได้อะไร

 

ก็รอดูก็แล้วกัน เอิ้ก กะ เอิ้ก

 

 

edit @ 28 May 2008 11:50:35 by p.k.a

edit @ 29 May 2008 01:48:10 by p.k.a